Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559

กังหันพายุใต้ฝุ่น

กังหันพายุใต้ฝุ่น
เรียบเรียงโดย ดร. สุเจตน์ วันชาติ (Dr. Sujate Wanchat)
บริษัทเทสล่า เทคโนโลยี จำกัด (Tesla Technology co.,Ltd) 
******************************************************
- มนุษย์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศปีละประมาณ 32 พันล้านตัน จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่พายุไต้ฝุ่นลูกหนึ่งนั้นมีพลังงานเทียบเท่ากับความต้องการใช้ไฟฟ้าครึ่งหนึ่งของโลกในแต่ละปี 
- และตอนนี้วิศวกรชาวญี่ปุ่นชื่อ Atsushi Shimizu อ้างว่าเขาได้พัฒนาหาหนทางสู่การนำพลังงานจากพายุไต้ฝุ่นมาใช้ประโยชน์ได้
พวกเราทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้คงเคยได้รับรู้ข่าวที่น่าเศร้าของหายนะจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกุชิมะที่มีสาเหตุมาจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ซึนามิที่เกิดขึ้นในปี 2011 ทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ 
ตอนนี้วิศวกรชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งต้องการใช้พลังงานอันมหาศาลจากสิ่งที่มีอำนาจทำลายล้างสูงสิ่งหนึ่งคือมหาพายุมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า Atsushi Shimizu ได้ออกแบบสร้างกังหันลมที่สามารถทนต่อพลังงานอันมหาศาลของพายุไต้ฝุ่นได้ และสามารถเก็บเกี่ยวพลังงานของมันมาใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของพลังงานสะอาด 
เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ญี่ปุ่นได้นำกังหันลมแบบมาตรฐานสไตล์ยุโรปมาใช้ ซึ่งกังหันลมพวกนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานกับบริเวณที่มีพายุไต้ฝุ่น และมีการติดตั้งที่มีระมัดระวัง และตอนนี้พวกมันได้พังเสียหายเกือบหมดแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด 
พายุใต้ฝุ่นเป็นสิ่งทำลายล้างที่มีพลังงานมหาศาลมาก มีการประเมินกันว่าพายุไต้ฝุ่นลูกหนึ่งมีพลังงานเท่ากับครึ่งหนึ่งของพลังงานไฟฟ้าที่ทั้งโลกผลิตได้ทั้งปี ถ้าเราสามารถเก็บเกี่ยวพลังงานทั้งหมดของมันได้ Shimizu ประเมิณว่าเขาจะสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศได้ถึง 50 ปีเลยทีเดียว 
เพื่อจะทำการนั้นให้สำเร็จเขาได้สร้างกังหันรุ่นพิเศษขึ้นที่ดูคล้ายกับเครื่องตีไข่ มันใช้ประโยชน์จาก Magnus effect เพื่อป้องกันไม่ให้กังหันหมุนด้วยอัตราเร็วรอบที่เกินการควบคุม การออกแบบเช่นนี้ช่วยให้กังหันลมสามารถทำงานได้อย่างคงทนแม้ในสภาวะที่มีกระแสลมปั่นป่วน ทิศทางลมไม่แน่นอน
การใช้พลังงานจากพายุไต้ฝุ่นได้เป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติเทียบเท่ากับครั้งหนึ่งที่เราเคยไปเหยียบดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรก ตอนนี้เรามีโครงสร้างของกังหันที่สามารถทนทานต่อพลังงานของมหาพายุได้ 
จากการที่ปัจจุบันมนุษย์เราได้เผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่ วิกฤติการแห่งมวลมนุษยชาติเช่นนี้ทำให้เราไม่สามารถนั่งนิ่งเฉยดูดายได้ พวกเราต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยโลก การใช้ประโยชน์จากพลังงานของธรรมชาติโดยตรงแล้วลดละเลิกการใช้พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinct) ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนี้ และช่วยปกป้องชั้นบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตที่ดีของสิ่งมีชีวิต (biosphere) เป็นสิ่งที่เราควรทำ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ในแต่ละปีต้องเผชิญกับการโจมตีโดยพายุไต้ฝุ่นหลายลูก การใช้พลังงานจากมันจึงเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสสร้างความก้าวหน้าให้กับชาติ 
ยิ่งไปกว่านั้นมนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาเหนือสิ่งมีชีวิตอื่นใดในพิภพนี้ เรากำลังจะไต่เต้าขึ้นสู่การเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิระดับที่ 1 ของจักรวาล (type 1 civilization) ตามระบบการวัดของ คาร์ดาสเฮฟ (Kardashev scale) นั้นหมายถึงว่าเราจะต้องเป็นนายของพิภพ หรือเป็นนายของดาวเคราะห์ หรือสามารถเอาชนะธรรมชาติของดาวเคราะห์ดวงนี้ได้และควบคุมมันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟ แผ่นดินไหว หรือพายุต่างๆ ก็ไม่มีข้อยกเว้น 
เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ากังหันลมของเขาสามารถทนต่อพลังงานของมหาพายุได้ Shimizu และพวก ได้ทิ้งแนวคิดของกังหันลมแบบ windmill ซึ่งเป็นแบบมาตรฐานเดิมที่ใช้มานานแล้ว กังหันลมของเขาได้รับการออกแบบใหม่โดยเขาเองที่ประกอบด้วย เหล็กเสากลมสามต้นตั้งในแนวดิ่งหมุนรอบแกนดิ่งที่อยู่ที่จุดศูนย์กลางการหมุน ดังนั้นกังหันนี้จึงสามารถรับลมได้จากทุกทิศทางได้ดีกว่ากังหันแบบแกนนอนทั่วไป พวกเขาได้ใช้เทคโนโลยีที่อาศัยความได้เปรียบของ Magnus effect ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้เหมือนกับลูกบอลที่หมุนจะมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนที่เป็นวิถีโค้งได้มากกว่าที่จะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง ด้วยความได้เปรียบดังกล่าวนี้จึงทำให้กังหันสามารถป้องกันไม่ให้รอบการหมุนเกินอัตราเร็วที่กำหนดจนทำให้กังหันพังได้ 
แต่เสถียรภาพย่อมแลกมาด้วยข้อเสียที่จะต้องเกิดขึ้นเสมอ กังหันลม wind mill แกนนอนแบบทั่วไปมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด 40% ขณะที่กังหันในงานวิจัยนี้สามารถทำงานที่ประสิทธิภาพสูงสุดได้เพียง 30% (ในการทดสอบปี 2015) แต่กังหันแบบทั่วไปไม่สามารถทนทานต่อมหาพายุได้ 
ชุดกังหันต้นแบบที่ท้าทายชนิดนี้ Shimizu และพวกได้ติดตั้งไว้ที่โอกินาวา ตอนนี้พวกเขารอคอยแค่การโจมตีของพายุไต้ฝุ่น แล้วก็รอเก็บข้อมูลเพื่อทราบผลการทดสอบ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น