Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นิโคล่า เทสล่า ชายผู้สร้างอนาคต : ตอนที่ 8 โรงไฟฟ้าพลังน้ำเเห่งไนเเองการา

ทางตอนเหนือของอเมริกา บริเวณเขตแดนระหว่างอเมริกากับแคนาดา เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำไนแองการาไหลผ่าน แม่น้ำจะเชื่อมต่อระหว่างทะเลสาบอีรี (Erie Lake) และออนทาริโอ (Ontario Lake) เป็นเขตแดนทางธรรมชาติที่แยกรัฐนิวยอร์คกับออนทาริโอออกจากกัน จากจุดเริ่มต้นในทะเลสาปอีรีที่เมืองบัฟฟาโล่ แม่น้ำไนแองการาไหลเป็นทางยาว 33 ไมล์ (53 กิโลเมตร) จนกระทั่งไหลลงทะเลสาบออนทาริโอะ ความต่างของระดับความสูงของพื้นทะเลสาบทั้งสองคือ 326 ฟุต (100 เมตร) ทะเลสาบออนทาริโอจะอยู่เบื้องล่างของหน้าผาใหญ่ ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดการไหลของแม่น้ำไนแองการา แม่น้ำทั้งสายจะร่วงลงมายังทะเลสาบด้วยความสูงการตกของน้ำโดยประมาณ 180 ฟุต (55 เมตร) ตรงจุดนี้จึงถูกเรียกว่าน้ำตกไนแองการา ที่ซึ่งมีพลังงานจากน้ำมหาศาล


ภาพของน้ำตกเป็นภาพที่สวยงามน่าอัศจรรย์และทรงพลัง น้ำที่ตกลงมามีอัตราการไหลเชิงปริมาตรโดยประมาณที่ 900,000,000 ลูกบากศ์ฟุตต่อชั่วโมง มันเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งจากอเมริกาและแคนาดา และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ เป็นเวลากว่า 200 ปีแล้วที่ แดน จอนไคเร (Dan Joncaire) ได้สร้างโรงเลื่อยที่ใช้พลังงานจากการไหลของน้ำในแม่น้ำแองการราในการขับล้อให้หมุน เพื่อเป็นพลังงานในการเลื่อยไม้ แม่น้ำดังกล่าวจึงกลายเป็นแหล่งพลังงานที่เป็นที่รู้จัก


เทสล่ารู้ถึงพลังงานจากการไหลของน้ำ เพราะตอนเป็นเด็กเขาเป็นนักว่ายน้ำ ความบ้าบิ่นของเขาไปเร็วกว่าฝีมือ และเขาเกือบต้องตายตอนอายุ 16 ปีจากพลังงานการไหลของน้ำ เหตุการณ์ในครั้งนั้นคือ เขาว่ายน้ำอยู่คนเดียวในเขื่อนฝายน้ำล้นที่คาร์สตัด ในวันที่เขาว่ายน้ำนั้นเป็นวันที่น้ำหลาก ซึ่งเขาไม่ได้รับคำเตือน โดยปกติความสูงของน้ำจะประมาณ 2-3 นิ้ว (5-7 เซนติเมตร) เหนือขอบกำแพงเขื่อน และน้ำจะไหลช้าๆ แต่ในวันนั้นน้ำมีความสูงถึง 12 นิ้ว (30 เซนติเมตร) และไหลเชี่ยวมาก กระแสน้ำพัดเขาไปตามกระแส และถ้าเขาหลุดแล้วตกลงจากขอบเขื่อนนั่นหมายความว่าเขาจะต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน


เทสล่าพยายามจะว่ายทวนกระแสน้ำเพื่อว่าจะได้เป็นการชะลอความเร็วในการถูกพัด เมื่อถึงขอบเขื่อนความหวังเดียวคือคว้าไว้ให้ได้ แต่กระแสน้ำแรงมาก เขาคิดว่าแรงดันขอน้ำจะดันเขาพุ่งเลยกำแพงแล้วตกลงไปข้างล่างกระทบกับก้อนหิน เขาจำเป็นต้องคิดหาทางออกว่าจะทำอย่างไร และมันไม่เป็นการดีแน่ในสถานการ์นี้ที่จะร้องขอความช่วยเหลือ เพราะคงไม่มีใครได้ยินและเป็นการเสียแรงเปล่า และเขาคงจะว่ายทวนกระแสน้ำต่อไปไม่ได้เพราะแรงดันน้ำทำให้เขาหายใจไม่ออก


เทสล่าเล่าให้ฟังหลังจากนั้นว่า อันตรายครั้งนี้บังคับให้เขาต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบ คำตอบของปัญหาง่ายมาก คือเขาจะต้องพยายามลดพื้นที่รับแรงดันของร่างกาย ถ้าเขาหันข้างให้ทิศทางการไหลของกระแสน้ำ พื้นที่รับแรงดันของร่างกายจะลดลงสามเท่า เขาจะต้องเปลี่ยนจากการว่ายทวนกระแสน้ำมาเป็นการว่ายออกด้านข้างอย่างเร็วที่สุด เพื่อจะได้รีบเข้าถึงฝั่งก่อนที่จะถึงขอบกำแพงเขื่อนเขาจึงรอดตายมาได้


หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เทสล่ารู้สึกมหัศจรรย์กับพลังงานจากการไหลของน้ำ เมื่อเขาเห็นรูปภาพของน้ำตกไนแองการาที่ยิ่งใหญ่ มีพลังงานไร้ขีจำกัด เขาได้เขียนบันทึกไว้สมัยเป็นนักเรียน และลงหนังสือแมกาซีน Electrical Experiment 1919 ดังนี้

สมัยเป็นนักเรียน ผมมุ่งความสนใจไปที่การสร้างกังหันน้ำ ผมได้สร้างมันออกมาหลายแบบ และพบแบบที่สามารถทำงานได้ดีที่สุด หลังจากผมได้เห็นน้ำตกไนแองการาแล้วผมรู้สึกทึ่งในพลังงานของมัน ผมจินตนาการเห็นล้อขนาดใหญ่ที่หมุนด้วยพลังงานจากน้ำตก ผมบอกกับลุงของผมว่า ผมจะไปอเมริกาและทำภาพในจินตนาการของผมให้กลายเป็นจริง สามสิบกว่าปีให้หลัง ความคิดของผมถูกนำมาใช้ที่ไนแองการา

เมืองต่างๆที่อยู่ใกล้น้ำตกไนแองการารู้ดีว่าพวกตนได้อยู่ใกล้กับแหล่งพลังงานมหาศาล แต่ก็ไม่รู้ว่า จะนำมันมาใช้อย่างไร ในปี ค.ศ. 1886 ชาวเมืองที่อยู่โดยรอบน้ำตกไนแองการาได้ก่อตั้งคณะกรรมการสิบเจ็ดคน (seventeen-man Commission) โดยมีท่านลอร์ด เคลวิน (Lord Kelvin) เป็นประธาน ลอร์ดเคลวินเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้น และในเวลานั้นเขาเป็นบุคคลที่ทุกคนให้ความเคารพในฐานะที่เป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดด้านไฟฟ้า ลอร์ด เคลวิน เป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งกราสโกล (University of Grasgow) สก็อตแลนด์ เขาเป็นที่รู้จักดีในฐานะผู้ค้นพบไฟฟ้าและแม่เหล็ก งานของคณะทำงานของเขาคือการสรรหาแผนการที่มีความเป็นไปได้ที่จะนำพลังงานจากน้ำตกไนแองการามาใช้ในการผลิตไฟฟ้า คณะกรรมการได้ตั้งเงินรางวัล 20,000 เหรียญสหรัฐ แก่ผู้เสนอแผนการที่มีความเป็นไปได้ที่สุด และจะต้องมีอุปกรณ์ทำจำเพาะเจาะจงที่พร้อมจะก่อสร้าง คณะกรรมชุดนี้ได้รับการเสนอแผนมาทั้งสิ้น 17 แผน แต่น่าเสียดายที่ทุกแผนที่เสนอมานั้นได้รับการปฏิเสธทั้งหมด


เวสติ้งเฮาส์ก็เป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่เสนอแผนเพื่อชิงเงินรางวัลด้วย เขารู้ว่าที่ GE ไม่ร่วมเสนอแผนด้วยเพราะพวกเขาไม่สามารถใช้สิทธิบัตรของเทสล่าได้ และมีเพียงหนึ่งโรงงานเท่านั้นที่สัญญาว่าจะซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้ คือบริษัท Pittburrgh Reduction Company ซึ่งต้องการใช้พลังงานในส่วนนี้เพื่อใช้ละลายอะลูมิเนียมโดยการใช้เตาเผาไฟฟ้า ถ้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้ถูกสร้างขึ้น มันจะสามารถส่งไฟฟ้าสู่เมืองอุตสาหกรรมอย่างบัฟฟาโล่ซึ่งมีระยะทาง 22 ไมล์ (35 กิโลเมตร) จากน้ำตก จากกฏของโอห์มทำให้ระบบไฟฟ้ากระแสตรงไม่สามารถทำแบบนี้ได้ เวสติ้งเฮาส์รู้ว่าเขาจะต้องพบกับข้อจำกัดทางด้านการเงิน และเทคนิคทางวิศวกรรมถ้าหากเขาดำเนินธุรกิจโดยลำพัง และได้มีการโต้เถียงกับบอร์ดบริหารของบริษัทเกี่ยวกับการจับมือกับ GE เพื่อร่วมดำเนินธุรกิจเวสติ้งเฮาส์ต้องการจะอยู่รอด เขาจึงตัดสินใจติดต่อทำสัญญากับ GE และให้สิทธิในการใช้สิทธิบัตรของเทสล่า จำทำให้โครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่น้ำตกไนแองการาแห่งนี้มีความเป็นไปได้ เนื่องจากสองบริษัทยักษ์ใหญ่ร่วมมือกันทำ ส่วนประกอบที่สำคัญของสัญญาประกอบด้วย เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 5,000 แรงม้าสามเครื่อง ท่อน้ำ ห้องควบคุม (power house) สายส่งที่จะส่งไฟฟ้าสู่ระบบแจกจ่าย (distribution system) ในเมืองบัฟฟาโล่


ตามแผนการนี้ เวสติ้งเฮาส์จะมีรายได้จากค่าสิทธิบัตรของเทสล่าที่บริษัท GE จะต้องจ่ายให้แก่บริษัท Westinghouse Electric Company การเคลื่อนไหวที่ด้านธุรกิจอย่างชาญฉลาดของสองบริษัทยกษ์ใหญ่ทางด้านไฟฟ้าในครั้งนี้ก่อให้เกิดความก้าวหน้าของกิจการไฟฟ้าในอเมริกาต่อไปถึง 100 ปี และนักกฎหมายของบริษัท WE ก็ได้บังคับใช้สิทธิบัตรของเทสล่าอย่างเข้มงวด โดยไม่มีใครที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้สิทธิบัตรของเทสล่าโดยไม่ได้รับอนุญาติ หรือไม่ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร ซึ่งทำให้เวลานั้นชื่อของเทสล่ากลายเป็นศัพท์ทางกฏหมายไปโดยปริยาย จากการที่เทสล่าได้ขายสิทธิบัตรที่มีมูลค่ามหาศาลให้แก่เวสติ้งเฮาส์ในราคาสุทธิอันสุดแสนจะย่อมเยาว์ ทำให้ตอนนี้เทสล่าไม่ได้รับเงินค่าสิทธิบัตรใดๆอย่างที่เวสติ้งเฮาส์ได้รับอย่างเป็นกอบเป็นกำ ดังนั้นผลลัพธ์ของเกมส์การเงินที่เวสติ้งเฮาส์เล่นกับสิ่งที่มีคุณค่าที่เขาถืออยู่เพียงสิ่งเดียวคือสิทธิบัตรระบบไฟฟ้ากระแสสลับของเทสล่า ซึ่งท้ายที่สุดแล้วทำให้บริษัท WE และ GE กลายเป็นสองยักษ์ใหญ่ในกิจการด้านไฟฟ้าบนโลกใบนี้


บริษัทของเอดิสัน (GE) ได้ทิ้งชื่อเอดิสันไว้อยู่เบื้องหลัง เขาเป็นเพียงตำนานหลังจากที่บริษัทได้นำระบบไฟฟ้ากระแสสลับของเทสล่ามาใช้ การกระทำเช่นนี้จึงเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของสองบริษัทนี้และความสำเร็จของระบบไฟฟ้ากระแสสลับ สงครามไฟฟ้าจบลงด้วยชัยชนะของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นคู่แข่งกัน แต่ความพ่ายแพ้ตกเป็นของสองนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่คือ นิโคล่า เทสล่า และโทมัส เอดิสัน ที่ไม่ดีพอที่จะอยู่บนโ,กแห่งธุรกิจ เอดิสันรู้ดีว่าอะไรเกิดขึ้นกับเขา จึงตัดสินใจออกจากวงการไฟฟ้ามุ่งความสนใจไปที่การลงทุนในกิจการเหมืองแร่ แต่เทสล่านั้นไม่เคยจดจำเลยว่าโลกอันสกปรกของธุรกิจนั้นสอนอะไรเขาไปบ้าง

บริษัท GE เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน หนังสือพิมพ์ London Sunday Time เขียนรายงานความสำเร็จของบริษัท GE อย่างต่อเนื่อง ในหนังสือพิมพ์เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1997 ว่า

GE เคลื่อนทัพเข้าสู่ยุโรป พวกเขากำลังรุกคืบเข้าสู่ทุกพรมแดน

หัวหน้า GE สาขายุโณป ไมค์ ซาฟิรอสสกี้ (Mike Zafirovski) ได้ก้าวตามรอยเท้าของเอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้หลอดไฟยิ่งใหญ่ และผู้ก่อตั้งบริษัทที่มีมูลค่าทางการตลาดมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ซาฟิรอฟสกี้ยังคงยึดมั่นในกฎแห่งการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม เป็นเวลากว่า 105 ปี นับตั้งแต่เอดิสันได้ก่อตั้งบริษัท GE ดูเหมือนว่าขณะนี้อำนาจแห่งอเมริกันจะมาพร้อมกับการเจริญเติบโตของการลงทุนระหว่างประเทศ ปัจจุบัน GE กำลังก่อตั้งความร่วมมืออันชาญฉลาด เพื่อวัตถุประสงค์ทางเทคนิคเฉพาะด้าน และกำลังจะก้าวสู่การเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดทางธุรกิจแห่งศตวรรษที่ 21

แน่นอนว่านักธุรกิจทั้งหลายย่อมทำงานได้ดีกว่าพวกนักประดิษฐ์ในเรื่องการสร้างและจัดหางานเพื่อให้กิจการไฟฟ้าของบริษัทสามารถเจริญก้าวหน้าต่อไป และบริษัทที่เอดิสันและเวสติ้งเฮาส์เป็นผู้ก่อตั้งก็ยังคงอยู่และก้าวหน้าต่อไปในปัจจุบัน


ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นนักพนันของเวสติ้งเฮาส์ เขาได้กล่าวโฆษณาต่อผู้คนในไนแองการาว่าระบบไฟฟ้าของเขาะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน โชคดีที่ว่าโครงการแรกที่เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทของเขากับ GE เป็นไปด้วยดี เขาได้เลือกวิศวกรชาวสก๊อตชื่อ จอร์ช ฟอร์เบส (George Forbes) มาช่วยในการออกแบบสถานีพลังงาน (power station) ฟอร์เบสซึ่งเป็นคนที่มีความละเอียดรอบคอบทึ่งในความกล้าหาญของนักลงทุนและนักวางแผนอุตสาหกรรมอเมริกัน จากการพูดโฆษณาชวนเชื่อของเวสติ้งเฮาส์ พวกเขากล้าลงทุนเป็นเงินจำนวนมหาศาล เพื่อสร้างโรงงานที่รอบๆน้ำตกเพื่อรอใช้ไฟฟ้าจากโครงการของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของเวสติ้งเฮาส์ ก่อนที่จะมีการก่อสร้างจริงซะอีก


ฟอร์เบสได้ออกแบบสถานีพลังงานโดยการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับของเทสล่าที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 5,000 แรงม้าจำนวนสามเครื่อง ฟอร์เบสได้พยายามออกแบบโรงไฟฟ้าที่รบกวนความสวยงามของธรรมชาติให้น้อยที่สุด เขาได้สร้างทางน้ำจากต้นน้ำของน้ำตก เพื่อส่งน้ำเข้าสู่ห้องควบคุมพลังงาน (power house) ซึ่ง ณ ห้องควบคุมนี้จะมีท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 7 ½ ฟุต (2 เมตร) นำน้ำเข้าสู่กังหันน้ำ หลังจากที่หมุนอัลเทอเนเตอร์แล้ว น้ำก็จะเคลื่อนที่ไปตามอุโมงค์ที่ขุดลอดใต้เมืองที่อยู่รอบๆน้ำตกไนแองการา แล้วปล่อยลงสู่แม่น้ำที่อยู่ตรงส่วนล่างของน้ำตก


ขณะนั้นคนงานกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อก่อสร้างโรงงานใหม่และอุตสาหกรรมใหม่ๆก็ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด รอบๆน้ำตกไนแองการา เช่นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดน้ำเสีย ปั๊มไฟฟ้าที่ใช้สำหรับสูบน้ำสะอาด ระบบไฟฟ้าส่องสว่างตามท้องถนน แผนการก่อสร้าง เมืองแห่งอุตสาหกรรมที่ปราศจากควันจะเสร็จสิ้นพร้อมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้ ความเจริญของเมืองต่างๆรอบน้ำตกแห่งนี้เริ่มขึ้นในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1895 เมื่อโรงโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ไนแองการาเปิดใช้งานและเริ่มผลิตไฟฟ้า


หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวโครงการนี้ว่า งานทางด้านวิศวกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลของ สงครามไฟฟ้าระบบไฟฟ้ากระแสสลับของเทสล่าได้รับชัยชนะมาจนถึงทุกวันนี้ ชัยชนะที่เด็ดขาดเกิดขึ้นในปีต่อมาเมื่อบริษัท GE ซึ่งเอดิสันเป็นผู้ก่อตั้งได้สร้างระบบสายส่งสู่เมืองบัฟฟาโล่สำเร็จ พร้อมกับจ่ายเงินให้กับเวสติ้งเฮาส์เป็นค่าสิทธิบัตรของเทสล่า ซึ่งก่อนหน้านี้สิบปี เอดิสันได้ปฎิเสธไม่สนใจ ทั้งๆที่เทสล่าตั้งใจว่าจะมอบให้กับเอดิสัน แถมยังโกงเงินค่าแรงเทสล่าอีก 50,000 เหรียญฯ ดังนั้นแล้วเทสล่าจึงหัวเราะทีหลังดังกว่า

ขณะนี้ความชื่นชมยินดีและยกย่องนับถือมีอยู่รายรอบตัวของเทสล่า เขาเป็นชาวอเมริกันที่อยู่ในฐานะนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่เหนือเอดิสัน ในขณะที่เอดิสันนั้นชาวอเมริกันต่างมีความคิดเห็นว่าเขาเป็นนักประดิษฐ์ที่มีความกล้าหาญและมีความเพียรพยายามเป็นเลิศ แต่ก็เป็นคนขี้ระแวง อนุรักษ์นิยม และเป็นผู้ต่อต้านความก้าวหน้าของเทคโนโลยีไฟฟ้า


ในความเป็นจริงที่เอดิสันต่อต้านเทคโนโลยีไฟฟ้ากระแสสลับของเทสล่านั้นมีความคล้ายคลึกกับเมื่อครั้งที่กลุ่มบริษัทแก๊สส่องสว่างต่อต้านเทคโนโลยีหลอดไฟของเอดิสัน เหตุผลง่ายๆที่เอดิสันต้องทำเช่นนั้นก็เพราะเขาเกรงว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดเพื่อเทคโนโลยีไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งต้องอาศัยทั้งแรงกาย แรงใจ เวลา และทรัพย์สิน จะต้องสูญสิ้นทั้งหมดถ้าหากเทคโนโลยีไฟฟ้ากระแสสลับของเทสล่าเข้ามาแทนที่ โชคไม่ดีที่คำว่านักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ฝังอยู่ในหัวของเอดิสันเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน เพราะมันจะถูกแทนที่ด้วยผู้ค้นพบเทคโนโลยีที่ใหม่และดีกว่า เอดิสันเคยเป็นวิรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในใจชาวอเมริกัน แต่ขณะนี้เขาได้ถูกแทนที่โดยวีรบุรุษคนใหม่ที่ชื่อว่า นิโคล่า เทสล่า


คำชื่นชม ยกยอนั้นเปรียบเสมือนยาเสพติด เทสล่าเองตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยได้รับรู้รสชาติของการเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วทำให้เขารู้สึกไม่ชอบ และเปลี่ยนให้เขาเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวและไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใคร และไม่ชอบโปรโมทตัวเอง เด็กน้อยที่อ่อนไหวและเปราะบางยังอาศัยอยู่ในตัวของเขาตลอดเวลา เขาเป็นคนที่ต้องการการยอมรับ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้รับการยกยอปอปั้นแต่อย่างใด ความสำเร็จทางด้านวิศวกรรมในช่วงต้นของชีวิตดนี้ยังไม่เพียงพอสำหรับเขา ถ้าเขารู้จักใส่ใจกับความคิดของคนอื่น มีมนุษยสัมพันธ์ หรือรู้จักเผยแพร่สิ่งที่เขามุ่งหวังว่าจะทำอย่างถูกกาลเทศะเขาคงจะเป็นที่รู้จักต่อคนทั่วไปมากกว่านี้ แม้ว่าเขาจะเป็นที่รู้จักสำหรับคนที่อยู่ในวงการวิศวกรรม หรือวิทยาศาสตร์ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์และจะยังคงได้รับประโยชน์ต่อไปจากอัฉริยภาพของเขากลับไม่รู้จักเลยว่านิโคล่า เทสล่าทำอะไรไว้กับโลกใบนี้บ้าง ปรากฏการณ์เช่นนี้ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของเทสล่าทั้งด้านธุรกิจและมนุษยสัมพันธ์


เมื่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่น้ำตกไนแองการาสร้างแล้วเสร็จ มันได้รับการตั้งชื่อว่า Niagara Fall Power and Conduit Company และมีการจัดงานฉลองเพื่อเปิดตัวโรงไฟฟ้าแห่งนี้อย่างเป็นทางการ โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะเป็นแหล่งพลังงานสำหรับเมืองบัฟฟาโล่ งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นที่ Ellicott Club ซึ่งได้เชิญแขกมาหน้าหลายตาจากทั่วโลกมาร่วมฉลองในความสำเร็จแห่งระบบทุนนิยมอเมริกัน หลังจากงานเลี้ยงก็มีการดื่มขอบคุณให้กับ นิโคล่า เทสล่า วีรบุรุษแห่งไฟฟ้าอเมริกัน และได้เชิญให้เทสล่าขึ้นกล่าวอะไรเล็กๆน้อยๆเพื่อปิดงาน


โชคไม่ดีเลย ที่เทสล่าได้ใช้โอกาสนี้ราวกับการพูดบรรยายเชิงวิชาการที่ทำให้หลายคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงวิชาการรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะฟัง ซึ่งแสดงออกถึงความไม่รู้จักกาลเทศะของเขา เขาได้พูดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์แห่งโลกอนาคตทางไฟฟ้า แผนการสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับเมืองต่างๆ ความสำเร็จของงประเทศ ทิศทางความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีแห่งมวลมนุษยชาติ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้พลังงานไฟฟ้า


ในงานเฉลิมฉลองนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1897 เป็นงานฉลองที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา ในการมีไวน์บริการฟรีไม่อั้น แต่การปิดงานก็มีทีท่าว่าจะยืดยาวออกไปเมื่อเทสล่าเปิดประเด็นพูดเกี่ยวกับความต้องการพลังงานของมนุษย์ และมนุษย์ตอบสนองความต้องการพลังงานอย่างไร เริ่มแรกด้วยการใช้พลังงานจากเครื่องจักรไอน้ำ จนกระทั่งมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ เขาพูดถึงความสำคัญของมอเตอร์ไฟฟ้าต่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต และความต้องการผลิตไฟฟ้าด้วยต้นทุนที่ถูกลงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งพูดถึงกังหันแบบใหม่ที่เขาได้ออกแบบขึ้น และการประยุกต์ใช้ไฟฟ้าในแบบที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น เช่น เอ็กเรย์ การเชื่อมไฟฟ้า ระบบรางรถไฟฟ้า โทรศัพท์ และการส่องสว่าง เทสล่ากล่าวยกย่องนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรทั้งหลายที่ได้ทำให้ความก้าวหน้าต่างๆเป็นจริงขึ้นมาได้


เทสล่ายังคงมีสิ่งที่จะพูดอีกมากมาย เขาต่อด้วยเรื่องความสำเร็จที่ไนแองการาซึ่งเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์แห่งยุคเรืองปัญญาและสันติภาพ เขาพูดว่าสิ่งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าการใช้ประโยชน์จากพลังงานธรรมชาติจะเป็นทางรอดของมวลมนุษยชาติ ไม่สำคัญว่าคุณจะทำอะไร ไม่สำคัญว่าคุณจะอยู่ในสาขาไหน พวกเราทุกคนต้องการใช้พลังงาน ถ้าพวกเราทุกคนต้องการได้ในสิ่งที่สมควรจะได้รับ หรือต้องการรักษาสิ่งสำคัญที่หวงแหน เราจะต้องสร้างพลังงานให้ได้มากๆ


ระหว่างที่แขกผู้มาร่วมงานฟังเทสล่าพูด พวกเขาดื่มไวน์หมดไปหลายแก้วแล้ว แต่เทสล่ายังคงพูดต่อไป เขาต่อด้วยเรื่องแนวทางใหม่ของการผลิตไฟฟ้า และทำอย่างไรจึงจะสามารถดักจับพลังงานจากแหล่งพลังงานที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้ เขาพูดถึงสิ่งที่เขากำลังจำทำสำเร็จ คือการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการได้ไฟฟ้ามาใช้ฟรีๆจากการดักจับประจุไฟฟ้าที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติของโลกใบนี้


แล้วเขาก็เริ่มพูดถึงความจำเป็นของการส่งผ่านไฟฟ้าผ่านอากาศรอบโลก ผมได้ค้นพบวิธีใหม่ที่สามารถทำให้เราทุกคนสามารถใช้พลังงานจากการส่งผ่านแรงเคลื่อนไฟฟ้าในอากาศด้วยอุปกรณ์ชนิดใหม่ที่แตกต่างจากที่ทุกคนรู้จักในตอนนี้มาก จากความจริงที่ว่าผมได้มีความก้าวหน้าในการทำความเข้าใจสนามไฟฟ้ามากแล้ว ทำให้ผมมีความหวังอย่างมากว่าสิ่งที่ผมฝันไว้มีโอกาสเป็นจริงสูง นั่นคือการส่งผานไฟฟ้าจากสถานีหนึ่งไปยังสถานีหนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องใช้สายไฟเชื่อมต่อ


นักลงทุนใหญ่ เจ.พี. มอร์แกน ผู้มีอำนาจสูงสุดของบริษัท GE ก็นั่งฟังเทสล่าพูดอยู่ด้วย เขารู้สึกทึ่งที่ความคิดของเทสล่าที่คาดหวังว่าจะใช้ไฟฟ้าฟรีจากโลกแล้วแพร่กระจายมันออกไปในอากาศรอบโลกได้อย่างไร แต่มอร์แกนก็ไม่ได้ถามเพราะไม่อยากขัดจังหวะการพูดของเทสล่า ณ ตอนนั้นรวมถึงในปัจจุบันนี้ ทางเดียวที่จะส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าสู่ผู้ใช้จำเป็นต้องใช้สายไฟจากโรงไฟฟ้าเชื่อมต่อเข้าสู้บ้านเรือนของผู้ใช้ไฟฟ้า และเป็นที่ชัดเจนว่าผู้ให้บริการไฟฟ้าจะเก็บเงินค่าไฟฟ้ารายเดือนกับผู้ใช้บริการด้วยการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าไว้สำหรับวัดหน่วยไฟฟ้าที่ใช้งานในแต่ละเดือนเพื่อคิดค่าไฟฟ้า ในกรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ยอมจ่ายค่าไฟ ผู้ให้บริการสามารถตัดการส่งไฟฟ้าเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้รายนั้นได้ แต่เมื่อเทสล่ากล่าวว่าพลังงานไฟฟ้าสามารถส่งออกไปในอากาศได้ ดังนั้นทุกคนสามารถติดตั้งอุปกรณ์เพื่อควบแน่นไฟฟ้าในอากาศมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งตามความคิดของเทสล่าเห็นว่าย่อมเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ต้องลงทุนก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้า แต่ทันทีที่ เจ.พี. มอร์แกนได้ฟังที่เทสล่าพูด ด้วยสัญชาติญาณความเป็นนักธุรกิจเปรียบเสมือนเสียงระฆังดังลั่นในหูของเขาทันที ว่า ถ้าอย่างนั้นบ้านเรือน โรงงาน ก็นสามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรีๆน่ะสิ แล้วนักลงทุนที่ลงทุนสร้างระบบไฟฟ้าจะได้รายได้ตอบแทนการลงทุนจากไหนหล่ะ


ถึงจุดนี้การพูดเล็กๆน้อยๆของเทสล่าก็จบลงด้วยเวลาการพูดมาราธอนฉายเดี่ยวคนเดียวสี่สิบห้านาที และเขาคงก็เขาก็พูดปิดท้ายเพื่อแสดงความขอบคุณเจ้าภาพของงานที่เปิดโอกาสให้เข้าได้ขึ้นมาพูดโชว์ภูมิในครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผมได้มีโอกาสได้เรียนรู้ความเป็นมิตรของชาวเมืองบัฟฟาโล่ ผมหวังว่าเมืองอื่นจะได้เอาแบบอย่างการผลิตพลังงานจากเมืองบัฟฟาโล่แห่งนี้ เป็นโชคดีของเมืองนี้ที่มีแหล่งพลังงานที่ยิ่งใหญ่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้จะเป็นแหล่งพลังงานเพื่อรองรับการเติบโตทางอุตสาหกรรม และแน่นอนว่าที่นี่จะต้องเป็นศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


เทสล่ายุติการพูดพร้อมได้รับการปรบมือชื่นชม เขาได้ประกาศวิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับอนาคตให้ผู้คนได้รับรู้ วิสัยทัศน์ที่น่าตื่นเต้น และมันก็เหมือนกับเป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยขึ้นในจิตใจของ เจ.พี. มอร์แกน ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจไฟฟ้าว่า เทสล่ากำลังพยายามจะประดาฐ์ระบบที่ทำให้ประชาชนสามารถมีไฟฟ้าใช้ฟรีๆได้จริงหรือ? และถ้าเป็นเช่นนั้น GE คงจะต้องเจ๊งน่ะสิ !!!






จากผู้เรียบเรียง

"เรื่องราวของนิโคล่า เทสล่า ผมขอเสนอเพียงเเค่ตรงนี้ เเต่เรื่องราวในส่วนต่อไปจะเป็นเรื่องราวที่ตื่นเต้นกว่า เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงมากจนถึงขนาดทำให้เราสามารถส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าเเบบไร้สายได้ เทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถควบคุมดินฟ้าอากาศได้ เทคโนโลยีสตาร์วอร์ ลำเเสง เทคโนโลยีเกี่ยวกับพลังงานฟรีที่ได้จากธรรมชาติ การเคลื่อนย้ายมวลสาร การใช้ธรรมชาติลมฟ้าอากาศเป็นอาวุธ รวมถึงการสร้างเเผ่นดินไหว คิดว่าผมจะเขียนเป็นหนังสือ เรื่องราวในส่วนหลังคนที่จะสื่อความหมายให้ผู้ติดตามเข้าใจได้ต้องมีความรู้เเละได้เรียนมาในสาขานี้จริงๆ เเละผมเชื่อว่าเรื่องราวในส่วนหลังนี้สามารถสร้างความอยากรู้อยากเห็นเเก่เด็กๆ เเละผู้สนใจทั่วไปได้"

Sujate Wanchat

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น