Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ดาวดับ ตอนที่ 1

เนื่องจากพวกเราที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากนาซี เพื่อพัฒนาเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับ จักรวาลวิทยา (cosmology) เป็นอย่างดี เนื่องจากจักรวาลเป็นต้นกำเนิดของชีวิตการเข้าใจจักรวาลจะช่วยให้เราค้นพบวิธีการสร้างพลังงานยั่งยืนมากมาย จักรวาลในสภาวะเริ่มต้นมีเพียงธาตุพื้นฐานคือไฮโดรเจน การที่มีสิ่งมีชีวิตอย่างเรา รวมถึงโลกของเราที่ประกอบด้วยธาตุต่างๆมากมายตามตารางธาตุนั่นย่อมหมายถึงว่า ระบบสุริยะของเราเป็นวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตจากการเกิดการระเบิดของดาวฤกษ์มาเเล้วครั้งเเล้วครั้งเล่า ดังนั้นคำว่าดาวดับมันไม่ได้หมายถึงดับเเล้วดับเลย วัตถุดิบจากดาวดับจึงเป็นวัตถุดิบสำหรับการก่อตัวของดาวฤกษ์ดวงใหม่


ก่อนที่จะพูดถึงดาวดับ ในตอนเเรกนี้เราจะต้องทำความเข้าใจความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับดาวฤกษ์ก่อน เราจะต้องรู้ว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่ออายุขัยของดาวฤกษ์ โดยทั่วไปดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยจะมีอายุขัยที่ยาวนานกว่าดาวฤกษ์ที่มีมวลมาก ดาวอาทิตย์ของเราถือเป็นดาวฤกษ์ที่มีมวลขนาดกลาง (จากการคำนวณเเล้วควรจะมีอายุขัยประมาณหมื่นล้านปี ดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 5 เท่าจะมีอายุเพียงเเค่ร้อยล้านปีเท่านั้น) ดาวฤกษ์ที่มีมวลมากมีปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่รุนเเรงเเละให้เเสงสว่างที่เจิดจ้ามากกว่า
เเต่อายุของมันจะสั้น ดาวฤกษ์ที่มีขนาดเท่ากับดวงอาทิตย์ เมื่อมันใช้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์หมด มันจะขยายตัวออกเป็นดาวยักษ์สีเเดง เเล้วยุบตัวลงเป็นดาวเเคระขาว ดาวฤกษ์ที่มีมลมากกว่าดวงอาทิตย์ จะขยายตัวออกเป็นดาวยักษ์ใหญ่ก่อนที่เจะเข้าสู่ขั้นตอนการระเบิดเป็นซุปเปอร์โนวา


การกำเนิดดาวฤกษ์ . . . . เมฆหมอกขนาดใหญ่ของฝุ่นเเละเเก๊สในกาเเล็คซี่เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการเกิดดาวฤกษ์ ขณะที่เมฆยุบตัวเข้าหากันความหนาเเน่นของสสารที่ศูนย์กลางการยุบตัวจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้อุณหภูมิเเละความดันเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง อุณหภูมิเเละความดันจะมากพอที่จะทำให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเริ่มขึ้นได้ เเละเมฆหมอกที่เหลือตกค้างอยู่บางส่วนอาจควบเเน่นก่อตัวเป็นดาวเคราะห์เเละบริวารต่างๆในระบบสุริยะ เมื่อเขียนเป็นขั้นตอนวัฏจักรชีวิตของดาวฤกษ์จะเขียนอธิบายได้ดังนี้

1. บริเวณปริภูมิในห้วงอวกาศที่มีความหนาเเน่นของเเก๊สเเละฝุ่นระหว่างดวงดาวอาจเป็นที่ๆทำให้เกิดการยุบตัวเข้าหากันด้วยความโน้มถ่วงเเละคลื่นกระเเทก

2. ฝุ่นเเละเเก๊สที่กำลังยุบตัวเข้าหากันจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นวงเเบนเเละมีความหนาเเน่นเพิ่มสูงขึ้น

3. ขณะที่ฝุ่นเเละเเก๊สเริ่มหดตัวลงศูนย์กลางที่มีความหนาเเน่นจะเริ่มหมุนอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นก้อน

4. ความหนาเเน่น ความดัน เเละอุณหภูมิ ณ จุดศูนย์กลางการหมุนวนจะสูงขึ้นมาก เเละดาวฤกษ์เริ่มก่อตัวขึ้น

5. กลุ่มเเก๊สส่วนนอกถูกพัดจนเเตกกระเจิงด้วยลมจากดาวฤกษ์ออกสู่ด้านนอก

6.ความดันเเละอุณหภูมิในดาวฤกษ์ช่วงต้นชีวิตของมันจุดชนวนให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันทำให้ดาวฤกษ์เริ่มส่องเเสง

7. อวสานของดาวฤกษ์ . . . . เมื่อเชื้อเพลิงนิวเคลี่ยร์ถูกใช้จนหมดดาวฤกษ์ขนาดเท่าดวงอาทิตย์จะขยายตัวเป็นดาวยักษ์เเดงเเล้วทรุดตัวลงเป็นดาวเเคระขาวในลำดับต่อมา เเละสุดท้ายเป็นดาวเเคระดำ ส่วนดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 10 เท่าจะสิ้นสุดตัวเองด้วยการระเบิดอย่างรุนเเรงที่เรียกว่าซุปเปอร์โนวา เหลือซากไว้เพียง ถ้าไม่เป็นดาวนิวตรอนก็เป็นหลุมดำ













ดูสารคดีเรื่องเกี่ยวกับดาวดับได้ก่อนล่วงหน้าจากวิดีโอด้านล่างนี้ครับ
มันมีอยู่ 4 ตอน ดูจบเเต่ละตอนก็คลิกดูต่อไปเรื่อยๆจนครบ 4 ตอนครับ สนุก ส่วนเนื้อหาผมจะเขียนต่อไปเรื่อยๆในวันหลัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น