Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นิโคล่า เทสล่า ชายผู้สร้างอนาคต : ตอนที่ 6 กำเนิดเก้าอี้ไฟฟ้า

เพียงเเค่หนึ่งเดือนหลังจากที่เทสล่าไปบรรยายที่สถาบันไฟฟ้าเเห่งอเมริกา เวสติ้งเฮาส์ ก็ได้นัดพบกับเทสล่า พวกเขาพบกันที่ห้องเเล็บของเทสล่า (Tesla's laboratory) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานบริษัทของเอดิสันไม่กี่ช่วงตึก เมื่อเวสติ้งเฮาส์เดินผ่านสำนักงานของเอดิสันเขารู้สึกสะใจนิดๆ ว่าเขากำลังจะได้อดีตมือดีที่สุดของเอดิสันมาทำงานให้เขา


เทสล่าเเละเวสติ้งเฮาส์มีความระทับใจซึ่งกันเเละกันตั้งเเต่ครั้งเเรกที่ได้พบกัน เทสล่าเขียนบันทึกไว้ว่า 'ผมชอบคิดถึงวันที่ได้พบจอร์ช เวสติ้งเฮาส์เป็นครั้งเเรก เขาเป็นชายที่มีพลังซ่อนเร้นมากมาย ชอบยิ้ม สุภาพอ่อนโยน เเต่เด็ดขาด ผมคิดว่าผมได้พบกับคนที่ผมต้องการเเล้ว '


เวสติ้งเฮาส์มีหนวดสั้น อายุมากกว่าเทสล่าสิบปี เขาเป็นคนที่สุภาพอ่อนโยน เเละเด็ดขาด ซึ่งลักษณะของความเป็นผู้นำเช่นนี้ถูกปลูกฝังกับเค้าตั้งเเต่สมัยยังเป็นเด็ก เทสล่าต้องการจะสร้างความประทับใจให้กับชายผู้นี้ เพราะทราบดีว่าเวสติ้งเฮาส์จะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของสิ่งประดิษฐ์ของเขา เทสล่าได้สาธิตอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ต่างๆของเขา เเละทันทีที่เวสติ้งเฮาส์เห็น เข้าก็ทราบทันทีว่านี่คือโอกาสที่จะทำให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าของเขาทิ้งห่างเอดิสันอย่างไม่เห็นฝุ่น เขาเสนอเงินให้เทสล่าหนึ่งล้านดอลล่า สำหรับค่าสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นส่วนประกอบของระบบไฟฟ้ากระเเสสลับของเทสล่าทั้งหมด เวสติ้งเฮาส์พูดว่า 'หนึ่งล้านเหรียญ บวกกับเงินดอลล่าต่อหนึ่งเเรงม้าที่ทำได้ คุณได้รับสัญญาเเล้ว '


เทสล่าไม่ทันเวสติ้งเฮาส์ในเรื่องธุรกิจ จริงเเล้วเขามีสิทธิที่จะต่อรองราคา เเต่เขาไม่ทำ เทสล่าอาจไม่รู้มาก่อนว่าเวสติ้งเฮาส์ก็เป็นคนที่เจ้าเล่ห์ไม่เเพ้เอดิสัน เวสติ้งเฮาส์ได้ประดิษฐ์หลอดไฟอินเเคนเดสเซนต์โดยละเมิดสิทธิบัตรของเอดิสัน เเต่เขาก็อ้างว่าไม่ได้เป็นการละเมิด เขาประดิษฐ์หลอดไฟของเขาเองซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ ซอร์เยอร์-มันน์ ซึ่งเขาได้ซื้อสิทธิบัตรนี้มาเเล้ว


เทสล่ามองว่าระบบไฟฟ้ากระเเสสลับของเขาเป็นความคิดที่ยิ่งใหญ่ เเต่เขากลับขายไห้เวสติ้งเฮาส์ในราคาเพียงหนึ่งล้านเหรียญ ซึ่งในราคานั้นมีสิทธิบัตรถึงสี่สิบสิทธิบัตรนั่นหมายความว่าราคาต่อสิทธิบัตรเพียงเเค่ 25,000 เหรียญ ซึ่งมูลค่าที่เทสล่ายอมรับเป็นเงินเพียงเเค่ครึ่งหนึ่งที่เวสติ้งเฮาส์เตรียมมาเพื่อจะจ่ายให้กับเทสล่า เเต่เทสล่าก็พอใจว่าเงินที่เขาได้รับมากพอที่จะทำให้เขาอยู่ได้อย่างสะดวกสะบาย เเละทำการทดลองใดก็ได้ที่อยากทำ เเต่เขาไม่ทราบเลยว่าสิทธิบัตรที่เขาขายไปนั้นสามารถจะทำเงินให้กับเวสติ้งเฮาส์ได้มากเพียงใด


ในการไปพูดที่ Institute of Immigraate Welfare เทสล่าได้พูดถึงเวสติ้งเฮาส์ว่า 'ในความคิดของผม ผมคิดว่าจอร์ช เวสติ้งเฮาส์ เป็นผู้เดียวในโลกที่เห็นกประโยชน์ของไฟฟ้ากระเเสสลับ ภายใต้สภาวะการเเข่งขันธุรกิจไฟฟ้าในช่วงเริ่มต้นนั้นมีความเสี่ยงสูง เเต่เขาก็ตัดสินใจเด็ดขาดที่เลือกไฟฟ้ากระเเสสลับ เเล้วเขาก็สามารถเอาชนะคู่เเข่งได้ ระบบไฟฟ้ากระเเสตรงนั้นมีข้อด้อยมากมาย เเต่ผมเเปลกใจว่าทำไมบรรดานักลงทุนถึงได้ยึดถือมันมาก ดังนั้นผมจึงถือได้ว่าเวสติ้งเฮาส์เป็นผู้บุกเบิกวงการไฟฟ้าเเห่งอนาคตของโลกใบนี้ เป็นบุคคลที่ชาวอเมริกันเเละทั่วโลกควรจะขอบคุณ'


เพื่อให้เครื่องจักรกลไฟฟ้ากระเเสสลับถูกผลิตออกมาเป็นสินค้าเพื่อการพานิชย์ เวสติ้งเฮาส์ได้มอบงานให้กับเทสล่าในตำเเหน่งที่ปรึกษา เเละต้องไปทำงานที่โรงงานซึ่งอยู่ในเมืองฟิตเบิร์ก เเม้ว่าเทสล่าจะอยากทำงานวิจัยของเขาต่อที่ห้องเเล็ปในนิวยอร์ค เเต่เขาก็จำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอของเวสติ้งเฮาส์


เมื่อมาถึงพิตเบิร์ก เทสล่าต้องทำงานร่วมกับ วิลเลี่ยม สเเตนเลย์ ซึ่งเป็นวิศวกรผู้เข้าใจมุมมองด้านการค้าเเละธุรกิจ เเละพร้อมจะใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมของเทสล่า สเเตนเลย์รู้ดีว่าถ้าเวสติ้งเฮาส์ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ มอเตอร์ต้นเเบบของเทสล่าจะถูกเเปลงเป็นสินค้าที่ขายดิบขายดีอย่างเเน่นอน ถ้าการต่อสู้กันในชั้นศาลกับเอดิสัน ถ้าโชคไม่ดีเกิดเเพ้ขึ้นมา เวสติ้งเฮาส์จะขายหลอดไฟไม่ได้อีก เเละกิจการสร้างรายได้ของเขาในส่วนนี้จะต้องจบลง เเต่ในปี ค.ศ. 1888 เวสติ้งเฮาส์มีส่วนประกอบทุกอย่างของระบบไฟฟ้ากระเเสสลับที่ยอดเยี่ยมครบเเล้ว เหลือเพียงสเเตนเลย์กับเทสล่าทำมันออกมาเป็นสินค้าเท่านั้น


โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับเวสติ้งเฮาส์ เมื่อวิศวกรสองคนนี้ทำงานร่วมกันไม่ค่อยได้ เทสล่าชอบทำงานคนเดียว เเละไม่ชอบทำงานภายใต้สภาวะกดดัน หรืองานที่มีคนกำหนดว่าจะต้องเป็นเเบบนั้นเเบบนี้ เขามีวิสัยทัศน์ว่าทำอย่างไรระบบไฟฟ้าของเขาจะถูกเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นประโยชน์ต่อชุมชนที่อยู่ห่างไกล เช่น สมิลจาน ซึ่งเป็นที่ที่เขาเกิดเเละใช้ชีวิตอยู่ในวัยเด็ก เขามีเเรงผลักดันอยู่ในใจคือ เขาเชื่อว่าถ้าเเม่ของเขาได้มีโอกาสสัมผัสกับความสะดวกสบาย ความเจริญ หรือสิ่งสวยงามบ้าง เธอจะเป็นคนที่ผ่อนคลายเเละเป็นคนที่น่ารักกว่านี้ เขาต้องการให้ผู้คนทั้งหลายได้มีโอกาสสัมผัสกับสิ่งที่เเม่ของเขาไม่เคยได้รับ


เทสล่าทราบดีว่าระบบไฟฟ้ากระเเสสลับที่ความถี่ 133 รอบต่อวินาทีที่สเเตนเลย์ใช้นั้นใช้กับมอเตอร์ของเขาไม่ได้ เเต่เทสล่าก็ไม่เคยอ่อนข้อให้ใครถ้าเขารู้ว่าเขาถุก ในทางตรงกันข้ามสเเตนเลย์ก็ยืนยันว่าที่ความถี่สูงจะทำให้หม้อเเปลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เเละเขาก็ไม่ต้องการให้เทสล่าใช้ระบบที่มีความถี่ต่ำ เเต่เทสล่าก็เถียงว่าหมอเเปลงของเขาที่ทำงานที่ความถี่ 60 รอบต่อวินาทียังทำงานได้ดีกว่าหม้อเเปลงของสเเตนเลย์ เเละนี่ก็ไม่ใช่เพียงความขัดเเย้งเดียวระหว่างเทสล่ากับสเเตนเลย์ เทสล่าต้องการใช้กระเเสไฟฟ้าในระบบสองเฟส เเต่สเเตนเลย์ต้องการใช้เเบบเฟสเดียวเพื่อเป็นการประหยัดเงิน

ท้ายที่สุดเพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศการทำงานในห้องปฏิบัติการที่พิตเบิร์ก เวสติ้งเฮาส์เเนะนำให้เทสล่ากลับมาทำงานวิจัยของเขาต่อที่นิวยอร์ค เเละจะถูกจ้างให้เป็นที่ปรึกษาก็ต่อเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น เทสล่ารู้สึกดีใจที่จะได้กลับมาทำงานวิจัยของเขาต่อที่นิวยอร์ค ส่วนสเเตนเลย์ก็ดีใจที่เทสล่าไป เเละคิดว่าเขาสามารถพัฒนาสิทธิบัตรของเทสล่าให้ออกมาเป็นสินค้าได้ในเร็ววัน

เทสล่าเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เค้าไม่ค่อยมีความสุขที่พิตเบิร์ก ดังนี้

'ปัญหาที่ยากจะเเก้ได้คือมอเตอร์ที่ผมใช้อยู่เป็นมอเตอร์ที่ใช้กับระบบความถี่ต่ำของผมเเต่ระบบของผู้เชี่ยวชาญของเวสติ้งเฮาส์ใช้ความถี่สูงถึง 133 รอบต่อวินาที วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้หม้อเเปลงทำงานที่ประสิทธิภาพสูง พวกเขาไม่ต้องการปรับเปลี่ยนมาตรฐานของพวกเขา เเต่พวกเขาต้องการให้ผมทำให้มอเตอร์ของผมใช้กับระบบของพวกเขาได้ เเละที่สำคัญการผลิตมอเตอร์สองเฟสให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงที่ความถี่ค่านี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ในปี ค.ศ. 1889 งานของผมที่พิตเบิร์ก เเทบจะไม่มีอะไรสำคัญเลย ผมจึงจำเป็นต้องกลับมาที่นิวยอร์ค เเละเริ่มต้นทำวิจัยออกเเบบระบบไฟฟ้ากระเเสสลับที่ความถี่สูงทันที '


ภายหลังกลับมาที่นิวยอร์ค เทสล่ารู้สึกยินดีภายหลังที่ได้ทราบข่าวว่าสเเตนเลย์ถูกบังคับให้ใช้ระบบความถี่ต่ำเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ


เมื่อมาถึงนิวยอร์ค เทสล่ามีหัวข้อวิจัยใหม่ จากการที่เขาได้โต้เเย้งกับสเเตนเลย์เรื่องความถี่ทำให้เขาเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับอิทธิพลของการเปลี่ยนเเปลงความถี่ต่อประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้ากระเเสสลับ ตอนนี้เขารวยเเล้ว เเละมีเงินมากพอที่จะทำการทดลองใดๆก็ได้ด้วยตัวเขาเองเพื่อค้นหาความจริงในเรื่องนี้ เเละตอนนี้เขามีความสุขมากเพราะเขาเป็นคนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของทุกคนในฐานะนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ เขาวางเเผนจะออกเดินทางไปเที่ยวยุโรป ตอนนี้เเม่เขาสุขภาพไม่ค่อยดี เเละต้องการได้ยินเเม่พูดชื่นชมในความสำเร็จของเขา เเละร่วมยินดีกับเเม่ เขาต้องการให้เเม่ยอมรับว่าเขาก็ดีไม่เเพ้พี่ชายที่ตายไป


สำหรับเทสล่าเเล้ว เรื่องผู้หญิงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสำหรับเขา นอกจากเเม่ของเขา เขาไม่เคยไว้ใจผู้หญิงคนใด เขามีความรู้เกี่ยวกับผู้หญิงน้อยมาก เป็นที่ทราบกันดีว่าเทสล่าเเต่งงานกับสิ่งประดิษฐ์เเละงานวิจัยของเขาเอง เขาอุทิศเวลาทั้งชีวิตให้กับงาน เเละไม่ค่อยเสียเวลากับการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม เเละเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับคนนอกวงการวิศวกร เขาเกลียดคนไร้เหตุผลมาก บางทีถ้าเทสล่าได้พบกับนักวิทยาศาสตร์หญิงสวยงามน่ารักเข้ามาสนทนากับเขาในเรื่องอนาคตเเห่งโลกไฟฟ้ากระเเสสลับเขาคงจะตกหลุมรักหญิงคนนั้น เเต่ทั้งชีวิตเทสล่าไม่เคยได้พบผู้หญิงที่ว่านี้เลย


เอดิสันพยายามโจมตีเวสติ้งเฮาส์กับเทสล่าว่า 'ระบบไฟฟ้ากระเเสสลับเปรียบเสมือนลูกหมูที่ยืนอยู่ระหว่างชายผู้โหดร้ายสองคนนี้' ด้วยการใช้ถ้อยคำที่กล่าวเกินจริง เขาได้ใช้เอกสารของบริษัทเป็นสื่อ บรรยายความน่ากลัวของไฟฟ้ากระเเสสลับ เขาบรรยายให้ผู้คนได้เห็นภาพของความตายที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าเเรงดันสูง เขาได้พยายามวาดภาพให้ผู้คนได้เห็นถึงความไร้ศีลธรรมของเวสติ้งเฮาส์ ในฐานะ 'โจรขโมยสิทธิบัตร' ที่ตอนนี้กำลังจะนำสิ่งชั่วร้ายจากนรกมาสู่บ้านเรือนของชาวอเมริกัน เอดิสันได้ทำตัวราวกับตตนเองเป็นผู้หยั่งรู้ ทำนายความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากผุ้คนไม่ยอมเชื่อฟังเขา เขาเขียนในเอกสารบริษัทของเขาว่า 'ตายเเน่นอน ! ถ้าเวสติ้งเฮาส์นำระบบไฟฟ้ากระเเสสลับเข้ามา จะต้องมีลูกค้าคนใดคนหนึ่งต้องตายจากการถูกไฟฟ้าช็อตภายในหกเดือน เวสติ้งเฮาส์ได้พบบางสิ่งในห้องทดลอง เเละเขากำลังจะนำมาทำให้ใช้งานได้ในทางปฏิบัติ เเต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืออันตราย '


ถ้าต้องการให้คนเชื่อเอดิสันจำเป็นต้องหาหลักฐานมาสนับสนุนสิ่งที่เขาพูด เมื่อเขาพูดถึงความตาย เข้าจะต้องหาตัวอย่างการตาย เขาได้ทำการทดลองอย่างหนึ่งออกสือสิ่งพิมพ์ตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ที่สร้างความสนใจเเละตกตะลึงเเก่คนทั่วไป ด้วยการใช้ไฟฟ้ากระเเสสลับเเรงดันไฟฟ้า 1,000 โวลท์ ต่อตรงผ่านเเผ่นโลหะตัวนำเข้าสู่สัตว์ทดลอง ซึ่งสัตว์ทดลองได้เเก่ สุนัก เเมวจรจัด ไฟฟ้าจะช็อตสัตว์ที่เป็นเหยื่อเหล่านั้นจนเสียชีวิต ความตายของสัตว์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่เอดิสันใช้ยืนยันอันตรายของไฟฟ้ากระเเสสลับที่เวสติ้งเฮาส์กำลังจะมอบให้กับลูกค้าของเค้า


การเเสดงการประหารชีวิตสัตว์ต่างๆของเอดิสันใช่จะราบรื่นทุกครั้ง เเละมีครั้งหนึ่งที่บัทเชเลอร์คู่หูของเขาเกือบต้องเสียชีวิตเพราะไฟฟ้ากระเเสสลับในการทดลองหนึ่งที่เอดิสันใช้อ่างโลหะใส่น้ำต่อตรงเข้ากับไฟฟ้ากระเเสสลับเพื่อจะให้ลูกสุนัขโชคร้ายกิน เเต่ลูกสุนัขตัวนั้นปฏิเสธที่จะไม่กินน้ำเเห่งความตายนี้ บัทเชลเลอร์จึงต้องใช้กำลังบังคับ เเต่บังเอิญพลาด ไฟฟ้าวิ่งผ่านตัวลูกสุนัขโชคร้ายตัวนั้นสู่ตัวของ เขากระชากมืออกทันที เเละรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด ส่วนลูกสุนัขตัวนั้นตาย เขาได้เล่าประสบการณ์ให้ฟังภายหลังว่า มันเหมือนมีกระเเสพลังงานมหาศาลเขย่าตัวเข้าอย่างเเรงเเละเขาตกใจมาก


เมื่อถึงตอนนี้เรื่องราวการประหารชีวิตสัตว์ของเอดิสันด้วยไฟฟ้ากระเเสสลับดังกระฉ่อนไปถึงส่วนกลาง เเละขณะนี้ส่วนกลางกำลังมองหาวิธีการประหารชีวิตนักโทษเเบบใหม่ที่ดีกว่าการเเขวนคอ โดยคณะจากส่วนกลางที่ได้เข้ามาสังเกตการการเเสดงการประหารชีวิตสัตว์ของประกอบด้วย ดร. คาร์ลอส เเม็คโดนัล (Dr. Carlos McDonald) ดร. เอ.ดี. ร็อคเล (Dr. A.D. Rockwell) ดร. เอ็ดวาร์ด ทาทัม (Dr. Edward Tatum) เเละหัวหน้าคณะคือ ฮาร็อด บราวน์ (Harold Brown) ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้า เขาเป็นที่ปรึกษาบริษัทของเอดิสันอย่างเป็นทางการ เขาได้นัดกับเอดิสันเพื่อร่วมสังเกตุการณ์การประหารชีวิตสัตว์


บราวน์ได้ช่วยเอดิสันทดสอบการประหารชีวิตสัตว์บางการทดลอง เเละเขาก็ทราบเเล้วว่าไฟฟ้ากระเเสสลับมีศักยภาพพอที่จะทำให้เกิดการตายได้ในทันทีโดยไม่ได้รับความเจ็บปวด เอดิสันเสนอให้บราวน์ใช้ห้องทดลองของเขาทำการทดลองเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟฟ้ากระเเสสลับของเวสติ้งเฮาส์เพราะว่าเขาจะได้สามารถให้คำเเนะนำโดยอาศัยประสบการณ์ส่วนตัวได้ นอกจากบราวน์จะทำการทดลองซ้าการทดลองของเอดิสันเช่น ช็อตสุนัขเเละเเมวเเล้ว เค้ายังทำมากกว่านั้นคือทำการทดลองกับสัตว์ใหญ่เช่น ม้า หรือช้าง


ในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 1888 New York State Legislature ได้ออกกฎหมายอนุมัติให้สามารถใช้เก้าอี้ไฟฟ้าในการประหารชีวิตนักโทษเเทนการเเขวนคอ ในไม่ช้าเก้าอี้ดังกล่าวถูกเรียกว่า โอลด์ สปาร์กี้ (Old Sparky) ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับเอาไว้ลงโทษผู้กระทำผิดร้ายเเรง

ทางด้านเวสติ้งเฮาส์ก็อยากมีโอกาสได้เเสดงระบบไฟฟ้ากระเเสสลับที่เสร็จสมบูรณ์ของเขาให้ผู้คนได้เห็นเช่นกันเเต่ยังขาดโอกาส เเล้ววันหนึ่งโอกาสก็มาถึงเมื่อ ลูเซียน ลูเชียส นุนน์ (Lucien Lucius Nunn) นักกฎหมายจากเมืองเทลลูไรด์ ซึ่งเป็นเมืองเหมืองเเร่เล็กๆเมืองหนึ่งมอบโอกาสนี้กับเขา


นุนน์ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองเทลลูไรด์ในปี ค.ศ. 1881 เมืองนี้เป็นเมืองที่มีการทำเหมืองเเร่อย่างเเพร่หลาย เเต่ขณะกำลังเกิดปัญหาวิกฤติเชื้อเพลิง เพราะที่ผ่านมามีการใช้ถ่านหินเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับเครื่องจักรไอน้ำ อุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินกำลังจะถึงจุดสิ้นสุด จำนวนถ่านหินที่อยู่ในชั้นตื้นๆขณะนี้กำลังจะหมดไป คนทำเหมืองจะต้องขุดเหมืองลึกลงไปอีกซึ่งต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการปั๊ม กว้าน เเละการทำงานของเครื่องจักรในที่ลึกกๆ เเต่ที่นี่ยังมีเเหล่งเเร่อีกชนิดหนึ่งที่สำคัญกว่าถ่านหินมากคือทองคำ ซึ่งเเหล่งเเร่ทองคำที่นี่มีชื่อว่า Gold King Mine เเละในปี ค.ศ. 1888 นุนน์ได้ก่อตั้งหุ้นส่วนเพื่อประกอบกิจการเหมืองทองคำที่นี่ เขารู้ดีว่าปัญหาของการทำเหมืองต่อไปอยู่ที่การขาดเเหล่งพลังงาน เเละเขาก็รูปีเช่นกันว่ามีเเหล่งพลังงานไร้ขีดจำกัด เเละเป็นพลังงานสะอาดอยู่ห่างออกไปจากเเหล่งเเร่ทองคำ เเหล่งพลังงานไร้ขีดจำกัดดังกล่าวคือกระเเสน้ำจากเเม่น้ำ เเซน มิเกล (San Migel River) ถ้าเเม่น้ำนี้สามารถผลิตพลังงานได้เพียงเเค่ 4,000 เเรงม้า ก็จะเป็นพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในกิจการเหมืองเเร่ของเมือง ปัญหาของการใช้งานพลังงานจากเเม่น้ำเเห่งนี้มีอยู่เพียงเเม่น้ำเเห่งนี้อยู่ห่างจากเหมืองเเร่ทองคำสองไมล์ครึ่ง มันไกลเกินกว่าที่จะใช้ระบบไฟฟ้ากระเเสตรงของเอดิสันในการส่งกำลังไฟฟ้ามาได้ เเล้วทำอย่างไรชาวเหมืองจะสามารถพลังงานสะอาดไร้ขีดจำกัดจากเเม่น้ำเเห่งนี้มาใช้ประโยชน์ได้ ?


โชคดีว่่าน้องชายของนุนน์ ชื่อพอล เป็นสมาชิกของสถาบันไฟฟ้าเเห่งอเมริกา เเละเคยได้ฟังการบรรยายของเทสล่าเรื่องระบบไฟฟ้ากระเเสสลับ เเละรู้มาว่าเวสติ้งเฮาส์ กำลังพัฒนาระบบของเทสล่า เพื่อจะเป็นระบบไฟฟ้าสาธารณะในเชิงพานิชย์ เวสติ้งเฮาส์ได้ติดตั้งระบบไฟฟ้ากระเเสสลับสำเร็จเป็นเเห่งเเรกที่เเมสซาชูเซท เเละ เบนจามิน บัทเลอร์ (Benjamin Butler) หนึ่งในสมาชิกของหุ้นส่วนทำเหมืองทองที่ Gold King Mine เเละเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารเเมสซาซูเซทชุดก่อนได้เห็นการทำงานของระบบนี้มากับตา ในปี ค.ศ. 1890 สมาชิก Gold King Mine ได้ติดต่อให้เวสติ้งเฮาส์มาติดตั้งระบบไฟฟ้ากระเเสสลัลเพื่อการอุตสาหกรรมเป็นเเห่งเเรกของโลกที่นี่


นี่จะเป็นการทดสอบเครื่องจักรกลไฟฟ้าชนิดใหม่ครั้งสำคัญซึ่ง วิลเลี่ยม สเเตนเลย์ ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงสิทธิบัตรของเทสล่าให้ออกมาเป็นระบบเพื่อการพานิชย์ได้ ในสัญญาที่ทำกับสมาชิกหุ้นส่วน Gold King Mine นี้จะมีการใช้กับหันน้ำที่ให้กำลังเพลาได้ถึง 100 เเรงม้า ต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระเเสสลับที่ผลิตไฟฟ้าเเรงดัน 3,000 โวลท์ ระยะทางที่จะต้องเดินสายส่งจากเเม่น้ำมาสู่เเหล่งเหมืองเเร่ยาวสองไมล์ครึ่ง ซึ่งจะต้องเดินสายไฟผ่านภูเขาเนินเตี้ยๆเข้าสู่เหมืองเพื่อขับมอเตอร์ขนาด 100 เเรงม้า ตอนที่เวสติ้งเฮาส์ทำสัญญานั้น ยังไม่มีอุปกรณ์ใดที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้ากระเเสสลับที่จะใช้ในสัญญานี้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนเลย ดังนั้นถ้ามันสำเร็จ ก็จะเป็นการพิสูจน์ความถูกต้องของเเนวคิดของเทสล่า เวสติ้งเฮาส์ได้เผยเเพร่การทำสัญญาออกไปเพื่อหวังจะโต้ตอบสงครามสื่อกับเอดิสัน สัญญานี้มีความสำคัญมากเพราะเวสติ้งเฮาส์ต้องจ่ายเงินประกันถึง 25,000 เหรียญ เพื่อประกันว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ


ทางด้านเอดิสัน เขาได้จัดการรณรงค์ต่อต้านการใช้ไฟฟ้ากระเเสสลับอย่างเอาจริงเอาจัง โดยเน้นถึงอันตรายจากการลัดวงจร เเละมีการท้าโต้วาที โดยหัวข้อการพูดมีอยู่ว่า 'อธิบายหน่อยว่าเราจะใช้ไฟฟ้ากระเเสสลับที่ได้รับการพิสูจน์เเล้วว่ามันเป็นอาชญากรได้อย่างไร ' โดยการโต้วาทีนี้จัดขึ้นท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก


เฮร็อด บราวน์ ผู้ชื่นชอบในตัวเอดิสันมากได้ขึ้นพูดบนเวทีท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากด้วยเสียงดังว่า ศัตรูของเอดิสันจะต้องไม่ให้อภัยให้กับชายผู้นี้ ผู้ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์กับสายตาของทุกคนเเล้วว่าไฟฟ้ากระเเสสลับสามารถฆ่าคนได้เเม้ว่าจะใช้ที่ความดันต่ำก็ตาม


บราวน์เป็นผู้มีความสนใจอย่างเเรงกล้าในงานวิจัยเกี่ยวกับเก้าอี้ไฟฟ้า เขาสามารถเข้าใจกระบวนการทำงานจนสามารถอธิบายได้อย่างละเอียด เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อหนังสือพิมพ์ว่า เพียงเเค่โกนหัวเเละขาของนักโทษออกให้โล่งเตียน เพื่อให้ลวดตัวนำได้สัมผัสถูกผิวหนัง เราสามารถรัดนัโทษไว้บนเก้าอี้ไม้ โดยใช้ปลอกโลหะล็อคที่หัว เเละเเผ่นโลหะล็อคที่ขา จากนั้นทำให้ร่างของนักโทษเปียกชุ่มไปด้วยสารละลายโปเเทส เพื่อให้มั่นใจว่าร่างของเขาจะเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่ดี เขายังอธิบายอีกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสับสวิทช์ นักโทษจะเกิดอาการชักอย่างเเรง เเละตายในทันทีเมื่อไฟฟ้าเเรงสูงสัมผัสกับผิวหนังของเขา ดังนั้นนักโทษผู้โชคดีคนนั้นจะเสียชีวิตในทันทีโดยยังไม่ทันได้รู้สึกเจ็บปวดทรมาน


อย่างไรก็ตามเป็นที่ชัดเจนว่า ฮาร็อด บราวน์ ไม่ชอบไฟฟ้ากระเเสสลับ เนื่องจากเขารู้ธรรมชาติอันน่ากลัวของมัน ที่สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงเเก่ชีวิตได้ เขาได้พูดว่า 'ผมไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่มีการออกกฏหมายห้ามใช้ไฟฟ้ากระเเสสลับ เราควรเอามันออกไปจากบ้านเรือนหรือท้องถนน เพื่อเป็นการยุติสิ่งอันตรายเหล่านี้ง

เวสติ้งเฮาส์ดูเหมือนจะอยู่นิ่งไม่ได้ในเวลานี้ เนื่องจากมีการรณรงค์ต่อต้านไฟฟ้ากระเเสสลับอย่างหนักจากเอดิสัน เขาได้เเสดงให้เห็นว่าเขาเศร้าใจ เเละต้องมีความอดทนอดกลั้นอย่างมากในการนำพาธุรกิจไฟฟ้ากระเเสสลับให้อยู่รอดปลอดภัย เขาคิดว่าเรื่องราวเริ่มจะบานปลาย เเทนที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องผลประโยชน์โดยรวมต่อมนุษยชาติ กลับกลายเป็นเรื่องขัดเเย้งส่วนตัวระหว่างเขากับเอดิสัน เค้ารู้ดีว่าเขาขัดผลประโยชน์กับเอดิสันเข้าอย่างเเรง เพราะถ้าเข้าสามารถทำให้ประชาชนยอมรับระบบไฟฟ้ากระเเสสลับของเขาได้ ระบบไฟฟ้ากระเเสตรงเเละอุปกรณ์ทุกอย่างที่เอดิสันทำมาเป็นอันต้องจบสิ้นจึงไม่เเปลกที่เขาจะดิ้นรนสุดชีวิตในตอนนี้ เวสติ้งเฮาส์กำลังจะโต้ตอบกลับเอดิสันด้วยการสาธิตต่อหน้าสาธารณะชนเพื่อเเสดงให้เห็นว่าไฟฟ้ากระเเสตรงของเอดิสันที่เเรงดันไฟฟ้า 115 โวลท์ก็สามารถย่างเนื้อเเกะข้างหนึ่งให้สุกได้ในเวลาน้อยกว่าสองนาทีเช่นกัน


เวสติ้งเฮาส์สรุปการกระทำของเอดิสันว่า 'นายเอดิสันผู้นี้ชอบพูดจากเกินเลย ในทำนองที่ว่าระบบไฟฟ้าทุกระบบจะล้มเหลวหากไม่ใช้กระเเสไฟฟ้าเเรงดันต่ำ ซึ่งเเน่นอนว่าระบบไฟฟ้ากระเเสสลับไม่ใช้เเรงดันต่ำอย่างเเน่นอน '


สงครามน้ำลายระหว่างชายสองคนนี้เริ่มเลยเถิด เมื่อเอดิสันเสนอว่าเพื่อให้ผู้คนได้ประจักษ์ชัดกว่านี้ เราควรนำเสนอความตายของมนุษย์เป็นเครื่องยืนยันความน่ากลัวของไฟฟ้ากระเเสสลับ เเม้ว่าคราวนี้เขาจะเสนอการประหารชีวิตคนต่อสาธารณะชน เเต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงสนับสนุนเเละเชื่อใจเอดิสัน อาชกรต้องโทษประหารผู้โชคดีที่ถูกเลือกให้ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีใหม่คือ วิลเลียม เคมเลอร์ (William Kemmler) เค้าจะได้เป็นคนเเรกของโลกที่ได้มีโอกาสนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า


เวสติ้งเฮาส์ได้จ่ายเงินให้กับทนายของเคมเลอร์เพื่อยื่นอุธรณ์คัดค้านการประหารชีวิตด้วยการนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า เเต่ก็ไม่เป็นผล เอดิสันถูกเชิญให้เป็นพยานสังเกตการณ์เพื่อให้ข้อเสนอเเนะเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าในการประหารชีวิต เอดิสันถูกตั้งคำถามในการไตร่สวนว่าเขากำลังทำการพิสูจน์บนพื้นฐานของความเชื่อหรือความรู้ เอดิสันตอบว่าความเชื่อ เพราะเขายังไม่เคยฆ่าใครด้วยไฟฟ้ามากก่อน

ในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1890 ความตายของเคมเลอร์เผยความจริงเกี่ยวกับไฟฟ้ากระเเสสลับว่า การตายของเคมเลอร์ไม่ได้ตายในทันทีอย่างปราศจากความเจ็บปวดดังที่ ฮาร็อด บราวน์ ได้พูดไว้ก่อนหน้านั้น กระเเสไฟฟ้าที่ไห้เข้าไปนั้นกำลังน้อยเกินกว่าที่จะทำให้เขาตายในทันที โชคร้ายที่เคมเลอร์โดยไฟฟ้าช็อตย่างร่างกายของเขาอย่างช้าถึง 15 วินาที เมื่อหยุดการให้กระเเสไฟฟ้าปรากฎว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงต้องปล่อยกระเเสไฟฟ้าเข้าไปอีกครั้ง เมื่อผ่านกระเเสไฟฟ้าเขาไประยะหนึ่งร่างกายเขาเริ่มสุกจากข้างใน กล้ามเนื้อกระตุกอย่างเเรง เเละเจ็บปวดทรมานจนตาย ดังนั้นการเเขวนคอจึงดูเหมือนจะเร็วกว่า เเละปราณีกว่า เหตุการณืที่สร้างความตกตะลึงในครั้งนี้ถูกรายงานไว้ในหนังสือพิมพ์ The New York Time


ทางด้านเวสติ้งเฮาส์ต้องการสร้างความมั่นใจต่อสาธารณชนเรื่องไฟฟ้ากระเเสสลับ เขาจึงได้ให้ข่าวกับนักข่าวจาก The Electrical World Maggazine เกี่ยวกับความคืบหน้าของระบบไฟฟ้าที่เทลลูไรด์ โดยนักข่าวคนนั้นได้เขียนบทความสั้นเผยเเพร่ในวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1891 ดังนี้

'โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่เทลลูไรด์ จะเป็นโรงไฟฟ้าสำหรับเเหล่งเหมืองเเร่เเห่งเเรกที่น่าสนใจที่สุดในโลก เมื่อพิจารณาจากสถานที่ตั้งที่อยู่ในธรรมชาติ เราจะเห็นตัวอย่่างการดึงศักยภาพพลังงานที่มีอยู่เเล้วในธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการให้พลังงานกับมอเตอร์ ซิงโครไนส์ '

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น โรงไฟฟ้ากระเเสสลับพลังน้ำเเหล่ง Gold King Mine ก็สร้างเสร็จ เเละสามารถเปิดใช้งานได้ มันถูกใช้งานตลอด 30 วันต่อเนื่องโดยไม่เกิดปัญหาขัดข้องเเต่อย่างใด เเต่ช่วงเเรกชาวเหมืองไม่อยากให้หยุดเดินเครื่องเพราะเกรงว่าเมื่อหยุดเเล้วระบบจะกลับมาเดินเครื่องใหม่อีกครั้งไม่ได้ เเต่ระบบก็พิสูจน์ให้เห็นเเล้วว่าปัญหาดังกล่าวไม่เกิดขึ้นอย่างเเน่นอน เพราะระบบมีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ความสำเร็จของระบบไฟฟ้าพลังน้ำกระเเสสลับเเห่งนี้เป็นตัวอย่างให้เมืองเหมืองเเร่เล็กๆเเห่งอื่น หลายเมืองเริ่มสนใจ เเละเห็นคุณประโยชน์ของไฟฟ้ากระเเสสลับ ซึ่งเป็นสิ่งมีคุณค่าที่พวกเขาต้องเรียกหา


กลับมาที่นิวยอร์ค เทสล่ากำลังให้ความสนใจกับอิทธิพลของกระเเสไฟฟ้าความถี่สูง เเละพบบางสิ่งที่เรียกว่าการสั่นพ้องหรือรีโซเเนนซ์ (Resonance) เป็นปราการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถเพิ่มของขนาดของการเคลื่อนที่เล็กๆให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ เช่นเมื่อคุณเริ่มต้นเเกว่งชิงช้าให้ลูกของคุณจากการเริ่มผลักชิงช้าของเขาให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า การผลักครั้งเเรกลูกของคูณจะยังเคลื่อนที่ไม่ได้ไม่ไกล ชิงช้าของลูกคุณจะหยุดชั่วขณะกลางอากาศเเล้วเกว่งกลับมาหาคุณ เมื่อเค้าเคลื่อนที่มาถึงหน้าคุณจะมีจังหวะที่ชิงช้าหยุดชั่วขณะ คุณออกเเรงผลักชิงช้าของลูกเท่ากับครั้งเเรกชิงช้าของลูกคุณจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มากกว่าเเละไปได้ไกลกว่าในครั้งเเรก เมื่อคุณทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆโดยรักษาจังหวะคือใส่เเรงผลักในช่วงสิ้นสุดของวัฏจักรที่เเล้วเเละกำลังจะเริ่มต้นวัฎจักรใหม่ของการเเกว่ง ชิงช้าของลูกคูณจะเคลื่อนที่ไปได้ไกลๆขึ้นๆ ทันใดนั้นคุณจะต้องรีบหยุดการใส่เเรงผลัก ก่อนที่ชิงช้าของลูกคุณจะตีลังกากลับหัว เเละได้รับอันตราย การเพิ่มขนาดของการเเกว่งด้วยการใส่เเรงเพียงเล็กน้อยให้ถูกช่วงจังหวะเวลานี้เรียกว่า การเกิดเรโซเเนนซ์


ตอนนี้เทสล่าเข้าใจเเล้วว่าในลงจรที่มีทั้งขดลวดตัวนำเเละตัวเก็บประจุสามารถทำให้เกิดเรโซเเนนซ์ได้ เช่นถ้าเราให้ไฟฟ้าเข้าไปในวงจรชนิดนี้ที่ความถี่ในจังหวะที่ถูกต้องเหมาะสม มันจะให้ไฟฟ้าที่มีเเรงดันเเละความถี่สูง เขาเขียนไว้ในบันทึกว่า

'สิ่งเเรกที่ผมเป็นกังวลเเละต้องการหาคำตอบคือ ปรากฏการณ์เรโซเเนนซ์สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้หรือไม่ จากทฤษฎีเเละการทดลองพิสูจน์ให้เห็นว่ามันไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ การสั่นยิ่งเพิ่มมากเท่าไร มันก็จะยิ่งถ่ายทอดการสั่นให้วัตถุตัวกลางมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงควรตรวจสอบการสั่นสะเทือน เพราะถ้าโชคไม่ดีมันอาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนควบคุมไม่ได้ โชคดีที่ว่าเรโซเเนนซ์ไม่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นมันคงรอการสังเวยจากผู้บริสุทธิ์ '


จากการค้นพบนี้ทำให้เทสล่าประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ที่หลายคนรู้จักคือ เทสล่าคอยล์ (Tesla coil) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เรโซเเนนซ์ในการเพิ่มความถี่เเละเเรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น เเละในขณะเดียวกันเขาก็ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ควบเเน่นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อใช้ในการเเปลงคลื่นกลับมาเป็นไฟฟ้า ซึ่งเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ


สิทธิบัตรเทสล่าคอยล์เเละอุปกรณ์เเปลงสัญญานคลื่นวิทยุของเทสล่าทำเสร็จก่อนสิทธิบัตรคลื่นวิทยุของมาร์โคนี่ (บุคคลซึ่งคนทั้งโลกนับถือให้เป็นผู้กำเนิดการสื่อสารเเบบไร้สาย เเต่เเท้จริงเเล้วเขาเป็นเพียงบุคคลที่ขโมยเอาผลงานของเทสล่าไปเป็นผลงานของตัวเอง) เเต่เรื่องนี้ก็มีการพิสูจน์ในภายหลัง เเละได้มีการเเก้ไขให้ นิโคล่า เทสล่าเป็นผู้ค้นพบให้กำเนิดยุคการสื่อสารเเบบไร้สายอย่างเเท้จริง


เทสล่าค้นพบหลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้ากระเเสสลับความถี่สูง โดยกระเเสไฟฟ้าจะไม่ซึมผ่านเข้าสู่เนื้อของตัวนำ เเต่มันจะไหลอยู่ที่ขอบด้านนอกโดยปรากฏการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับวิศวกรในยุคปัจจุบันว่าเป็น "ปรากฏการณ์ผิว" (skin effect) จากการค้นพบนี้ทำให้เราสามารถทำขดลวดตัวนำที่เเกนกลางเป็นเหล็กเพื่อเพิ่มความเเข็งเเรงเเล้วหุ้มดัวยทองเเดงซึ่งช่วยในการนำไฟฟ้า จากการที่เทสล่าครุ่นคิดถึงพฤติกรรมของคลื่นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำให้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์คนเเรกที่ค้นพบว่า ความร้อน เเสงสว่าง คลื่นวิทยุ เสียง ไฟฟ้าเเละสนามเเม่เหล็กสลับ สามารถอธิบายด้วยคณิตศาสตร์ชนิดเดียวกัน ถ้าเขาสามารถเข้าใจเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งในนี้ เขาจะสามารถเข้าใจที่เหลือได้ทั้งหมด


ระหว่างที่อยู่ในช่วงชีวิตของการสร้างผลงาน เทสล่าได้ประดิษฐ์หลอดไฟเเก๊สฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งเรายังคงใช้งานกันมาจนถึงปัจจุบันในสถานที่ต่างๆเช่นในสำนักงานเเละสวนสาธารณะ มันเป็นหลอดไฟที่สว่างมากเเต่ใช้ไฟเพียงเล็กน้อยเเละมีประสิทธิภาพมากกว่าหลอดไส้ทั่วไป เทสล่าได้วางระบบไฟฟ้าในห้องเเล็ปของเขาอย่างน่าอัศจรรย์ เขาเดินวงจรลวดตัวนำเป็นวงจรขนาดใหญ๋รอบห้องเเล็ปของเขา เเล้วผ่านไฟฟ้าความถี่สูงเข้าสู่ลวดตัวนำนี้ด้วยอัลเทอเนเตอร์ชนิดพิเศษที่เขาสร้างขึ้นมา หลอไฟเเก๊สถูกติตตั้งไว้โดยรอบห้องเเล็ปเพื่อให้เเสงสว่าง เมื่อเทสล่าผ่านกระเเสไฟฟ้าเข้าสู่วงจร หลอดไฟจะถูกวางไว้ที่ใดก็ได้ในห้องเเล็ปโดยไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟต่อเข้าถึงตัวหลอดไฟนั้น เพราะพวกมันรับพลังงานด้วยระบบไร้สาย เทสล่าส่งพลังไฟฟ้าผ่านอากาศจากวงจรขนาดใหญ่ที่เดินไว้รอบห้องเเล็ป เเละหลอดไฟจะรับพลังงานโดยใช้วงขดลวดที่ต่อยู่กับหลอดไฟนี้


เทสล่าทำการทดลองหลายการทดลองด้วยไฟฟ้ากระเเสสลับความถี่สูง เขาพบว่าเขาสามารถผ่านไฟฟ้าเเรงสูงโดยทำให้ตัวของเขาเองปลอดภัย เขาพบวิธีที่จะทำให้วิศวกรไฟฟ้าทั้งหลายปลอดภัยจากการถูกไฟฟ้าช็อตจนถึงเเก่ความตาย ตอนนี้เขารู้เเล้วว่าไฟฟ้าเพียงเเค่ห้าพันเเอมเเปร์ไหลผ่านหน้าอกสามารถทำให้หัวใจของคนหยุดเต้นและตายได้ แต่ไฟฟ้าแรงดันสองล้านโวลท์ ที่หนึ่งล้านแอมแปร์จะทำให้เพียงผมของคุณตั้งขึ้น โดยไม่ทำอันตรายให้กับคุณแต่อย่างใดถ้ามันไม่วิ่งขวาวผ่านหัวใจ

หลังจากการบรรยายของเทสล่าที่สถาบันไฟฟ้าแห่งอเมริกา และขายสิทธิบัตรระบบไฟฟ้ากระแสสลับให้กับเวสติ้งเฮาส์ เทสล่าก็กลายเป็นคนดัง เขาเป็นผู้เขียนบทความทางวิทยาศาสตร์ให้กับหนังสือพิมพ์ New York เวสติ้งเฮาส์สนับสนุนให้เทสล่านำเสนอบทความเกี่ยวกับความปลอดภัยของไฟฟ้ากระแสสลับ เทสล่ามักถูกนักข่าวเชิญให้ออกไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกันเพื่อสัมภาษณ์ เทสล่าไม่เคยซื้อบ้านเป็นของตนเอง เขามาจะอาศัยอยู่ในโรงแรมหรู และรับประทานอาหารในภัตตาคารชื่อดัง และบ่อยครั้งเขาจะเชิญบรรดานักวิทยาศาสตร์และบุคคลในวงการวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับประทานอาหารเย็นและจัดปาร์ตี้ หลังจากกินกันจนอิ่มเขาจะเชิญแขกทั้งหลายมาที่ห้องแล็บของเขา เพื่อแสดงมายากลทางไฟฟ้า


จากการที่เทสล่าเพิ่งเป็นเศรษฐีใหม่ เทสล่าเริ่มใช้ชีวิตในตอนเย็นสนุกสนานไปกับการเข้าสังคมในนิวยอร์ก จากการที่เขาผ่านชีวิตในวัยเด็กที่ค่อนข้างลำบาก และจู้จี้จุกจิก เช่นตอนที่อาศัยอยู่กับป้าที่คาร์สตัดสมัยที่เขาเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยปราก ไม่เคยมีมื้อไหนเลยที่เค้าได้กินอิ่มท้อง แต่ตอนนี้เขาได้กลายเป็นนักลิ้มลองรสชาติอาหาร ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะตอนนี้เขาเป็นเศรษฐีล้านเหรียญสหรัฐ มีเงินเหลือเก็บมากมาย เขามักจัดปาร์ตี้ในสถานที่หรูหรา และเป็นแหล่งแฟชันที่ มีเชื่อเสียงที่สุดในนิวยอร์ค เช่นภัตตาคารวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย (Waldorf Astoria) และเดลมอนิโค (Delmonico) ซึ่งปาร์ตี้ที่เขาจัดแต่ละครั้งจะเป็นที่จับตามองของผู้คนในแวดวงคนชั้นสูง พวกเขาเหล่านั้นต่างโห่ร้องต้อนรับ จากการที่เทสล่าเป็นคนที่มีความรู้ดี อ่านหนังสือแตกฉานจนรอบรู้ รู้หลายภาษา เป็นสุภาพบุรุษยุโรปที่มีวัฒนธรรมสูง บุคลิกหน้าตาดี มีรสนิยมในการเลือกรับประทานอาหาร ร่ำรวย และมีฐานะเป็นถึงวิศวกรผู้ให้คำปรึกษากับอภิมหาเศรษฐีอย่างจอร์ช เวสติ้งเฮาส์ มีหน้าที่การงานมันคง เป็นนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนให้การยอมรับ ทำให้ทุกครั้งที่เทสล่าจัดงานปาร์ตี้ จะมีบรรดาคุณแม่ที่แสนดีในแวดวงชนชั้นสูงทั้งหลายพาลูกสาวแสนสวยและน่ารักมาเสนอตัวแก่เทสล่าเพราะหวังว่าจะได้มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชายผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ แต่เทสล่าก็ไม่เลือกใครซักคน ทั้งชีวิตเทสล่าไม่เคยมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับใคร เขาบ้างานมากเสียจนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องการมีครอบครัว จนมีหลายคนพูดว่าเทสล่าได้แต่งงานกับขดลวดเทสล่าคอยล์ของเขาไปตั้งนานแล้ว


เทสล่าเป็นคนที่ยึดติดกับภาพลักษณ์ของการเป็นผู้ชี้นำ และชอบทำตัวโดดเด่น เป็นแรงผลักดันให้เขาชอบโชว์ภูมิต่อหน้าเพื่อนใหม่ที่เขารู้จัก เขาพยายามทำให้ตัวเองดูมีความสำคัญ โดยการแสดงความฉลาดหลักแหลม ด้วยการแสดงสิ่งมหัศจรรย์น่าเหลือเชื่อต่างๆที่เป็นเทคนิคทางไฟฟ้าที่มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้และกล้าแสดง เช่นการโชว์ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าความถี่และแรงดันสูง


เขารู้ว่าถ้าแรงดันไฟฟ้าสลับขึ้นลงด้วยความถี่สูง กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านตัวนำโดยไม่ซึมเข้าสู่เนื้อของวัสดุตัวนำแต่จะไหลผ่านพื้นผิวด้านนอกโดยไม่เป็นอันตราย ด้วยความรู้ในเรื่องนี้ทำให้เขาใช้ร่างกายของเขาเป็นตัวนำไฟฟ้าในการโชว์ต่อหน้าฝูงชนให้เห็นถึงความปลอดภัยของไฟฟ้ากระแสสลับ หนึ่งในการโชว์ที่น่าใจหายคือเขาได้ใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสกับขดลวดของเทสล่าคอยล์ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งมีประกายสายฟ้าเล็กๆออกมา


การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่แสนมหัศจรรย์เหล่านี้จัดขึ้นที่แล็บของเทสล่า หลังจากรับประทานอาหารอิ่มหนำสำราญ ในปาร์ตี้กับเพื่อนๆ เขาชอบแต่งตัวในชุดสูทดำ ใส่เสื้อเชิร์ทสีขาว หลังจากเสร็จสิ้นการโชว์เขาจะสวมหมวกไหมสีดำเพื่อเพิ่มความสูง เขาชอบสวมรองเท้าบูทกีฬา เพื่อเพิ่มความสูงเข้าไปอีก 6 นิ้ว และรองเท้าบูทนี้ยังทำหน้าที่เปรียบเสมือนแท่งฉนวนใต้ฝ่าเท้าของเขา

ประกายฟ้าภายในความมืดในห้องแล็บของเทสล่า ทำให้หลอดไฟสว่างสะไว เขาเพียงแค่ชี้นิ้วไปที่หลอดไฟใด หลอดไฟหลอดนั้นก็จะสว่าง เขาได้แสดงความเป็นบุคคลที่สุดเท่ห์ ผู้คนทั่วไปในสมัยนั้นยกย่องให้เขาเป็น “เทพเจ้าแห่งสายฟ้า”


รูปภาพที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กเช้าวันหนึ่ง เป็นรูปของเทสล่าในชุดทำงานปกติ คือชุดสูทสีดำ ร่างกายของเขาถูกรายล้อมด้วยประกายไฟจากฟ้าผ่าอันสว่างจ้า เขาได้พาดหัวข่าวว่า


“นิโคล่า เทสล่า วิศวกรขี้แสดง ภายใต้วงล้อมแห่งเปลวไฟฟ้าผ่า ร่างกายของเขาได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายไฟฟ้าไปซะแล้ว”


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น