Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นิโคล่า เทสล่า ชายผู้สร้างอนาคต : ตอนที่ 3 มุขตลกอเมริกัน

ชาร์เลส บัทเชลเลอร์ (Charles Butcheller) ชายชาวอังกฤษร่วมงานกับเอดิสันในฐานะวิศวกร 14 ปีก่อนที่จะมีการก่อตั้งบริษัท Edison Electric Light Company ตอนเเรกสองคนนี้ทำงานด้านการผลิต telegraphic relay ด้วยกันใน Ne Mark เขาเเละเอดิสันประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานร่วมกัน เเละหลายปีผ่านไปเขาก็ได้เป็นเพื่อนสนิทเเละที่ปรึกษาที่เอดิสันไว้ใจ บัทเชลเลอร์เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูง ผิวเข้ม ผมดกดำหนา ที่ผู้หญิงทั้งหลายต้องคิดว่าเขาต้องหล่อมากๆในวัยหนุ่ม ตอนที่เขาพบกับเทสล่า เส้นผมเเละหนวดเขายังดกดำ เเม้ว่าเขาจะเเก่กว่าเอดิสันเล็กน้อย


เอดิสันก่อตั้งบริษัทสาขาย่อยของเขาในปารีส ซึ่งขณะนั้นที่นั่นมีปัญหาค่อนข้างมาก ดังนั้นเขาจึงส่งบัทเชลเลอร์ไปที่นั่นเพื่อจัดการกับปัญหา เอดิสันฝากฝังให้บัทเชลเลอร์ให้ยุติความผิดพลาดของวิศวกร ในปารีสให้หมด เเล้วทำให้พวกเขาทำเงินให้บริษัทเรามากๆ มันก็สมควรที่จะเกิดความผิดพลาดเช่นนั้น บริษัทของเอดิสันเป็นบริษัทใหม่ มีวิศวกรที่ยังขาดความเชี่ยวชาญ เเละอุปกรณ์ต่างๆก็ยังไม่พร้อม ไม่มีใครที่นั่นทราบบทบาทเเละหน้าที่ของตนอย่างเเท้จริงว่าเจ้านายต้องการให้พวกเขาทำอะไร ความผิดพลาดทั้งหมดเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้นำที่ขาดการเอาใจใส่อย่างจริงจัง


บริษัทของเอดิสันในปารีสมีชื่อว่า Continental Edison Company of Paris ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Edison Electric Light Company ประกอบธุรกิจด้านการสร้างระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ผลิตมอเตร์เเละเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เเต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกอย่างที่บริษัททำจะประสบความสำเร็จทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่นความผิดพลาดของระบบไฟฟ้าส่องสว่างเเละระบบโรงจักรต้นกำลังที่ไม่สมบูรณ์ของทางรถไฟในเยอรมัน เเละความผิดพลาดครั้งนี้ถือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายเเรงมาก


คณะติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างของสถานีรถไฟสตราสบวร์ก (Strasbourg) ของบริษัท Continental Edison Company of Paris ได้ทำสิ่งผิดพลาดอย่างรุนเเรง เมื่อระบบที่ว่าเสร็จสมบูรณ์เเละพร้อมสำหรับทำพิธีเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ประธานในพิธีเปิดคือ Emperor William I เมื่อท่านสับสวิตช์ ระบบก็เกิดการลัดวงจรเเละระเบิดขึ้นอย่างรุนเเรงจนทำให้กำเเพงที่อยู่หน้าพระองค์พังพินาศทั้งหมด เเน่นอนไม่มีผู้ใดประทับใจในเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเเล้วในปีนั้น ค.ศ. 1883 เป็นปีซึ่งไม่นานมากหลังจากการสิ้นสุดสงครามระหว่างฝรั่งเศสกับปรัสเซีย (อาณาจักรเยอรมันเก่า) ซึ่งสถานการณ์ขณะนั้นยังคงตึงเครียด เเละความรู้สึกไม่ดีต่อกันระหว่างฝรั่งเศสเเละเยอรมันยังคงมีอยู่ เเต่บริษัทจากฝรั่งเศสเกือบทำให้กษัตริย์ของเยอรมันเสียชีวิตจากการติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างไม่คำนึงถึงความปลอภัย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช้เรื่องล้อเล่นสำหรับชาวเยอรมัน เเละอุบัติเหตุครั้งนี้ของบริษัท Continental Edison Company of Paris ถูกตั้งข้อสงสัยอย่างมากมาย


เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เอดิสันลำบากใจมาก เขาวิตกกังวลราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่อาจทำลายโอกาสทางธุรกิจของเขาในยุโรป จึงเป็นเรื่องจำเป็นมากที่บริษัทจะต้องเเสดงความรับผิดชอบ เเละต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ เเละทุกขั้นตอนในการปรับปรุงเเก้ไขจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเเละมีการตรวจรับอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรทุกขั้นตอนอย่างละเอียดโดยเจ้าหน้าที่เยอรมัน เพื่อให้พวกเขาเกิดความมั่นใจว่าการติดตั้งจะไม่ก่อให้เกิดเหตุการณ์อันตรายอีก เอดิสันได้ส่งมือดีที่สุดของเขาซึ่งก็คือบัทเชลเลอร์ไปควบคุมดูเเลงานที่ปารีส เพื่อให้เเน่ใจว่าปัญหาจะได้รับการเเก้ไขอย่างเร็วที่สุด


ในเวลานี้ นิโคล่า เทสล่า ยังไม่ได้ทำงานให้กับบริษัทของเอดิสัน (Continental Edison Company of Paris) หลังจากเขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปราก เขาได้ทำงานให้กับบริษัทโทรศัพท์ในเมืองบูดาเปส จนกระทั่งบริษัทถูกขาย จากนั้นเทสล่าได้ย้ายตามเจ้านายของเขาไปปารีส เทสล่าหวังว่าการย้ายไปทำงานในครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้เขาได้พัฒนาเเนวคิดเกี่ยกับพลังงานไฟฟ้ากระเเสสลับ เเละขณะที่บัทเชลเลอร์เข้ามาบริหารงานที่ Continental Edison Company of Paris เขาเเทบจะไม่ได้ทำอะไร เขาเพียงนั่งอยู่เฉยๆ

บัทเชลเลอร์มาที่นี่โดยไม่ได้ใส่ใจในกิจการงานของเขาเท่าไหร เขาเพียงพูดไปเรื่อยเเบบหาข้อสรุปไม่ได้ เผื่อว่าจะมีคนอยากฟัง เขาไม่ได้มีความภูมิใจที่ได้เป็นเลขาส่วนตัวทางด้านธุรกิจของเอดิสัน เเละไม่มีความรู้สึกร่วมต่อความก้าวหน้าทางธุรกิจของบริษัทมากนัก เขามีความสุขกับการได้เล่นเกมส์บิลเลียดทุกเย็น มีวิศวกรของเอดิสันไม่กี่คนที่ทำงานให้กับบริษัท Continental Edison Company of Paris ซึ่งอยู่ห่างไกลจากความสะดวกสบายที่อเมริกาจะมีโอกาสได้เล่นบิลเลียดเป็นประจำทุกเย็น เทสล่าก็ชอบเล่นเกมส์บิลเลียดด้วยเช่นกัน ทุกเย็นระหว่างการเล่นบิลเลียด เขามีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับความคิดของเขาที่จะสร้างมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับ เเละความฝันที่จะให้เเสงสว่างเเกโลกใบนี้ด้วยไฟฟ้ากระเเสสลับ


กระเเสไฟฟ้าที่เอดิสันใช้ในบริษัทของเขาคือไฟฟ้ากระเเสตรง (DC) เเต่เทสล่าได้คิดนอกกรอบเขาคิดค้นทฤษฎีไฟฟ้ากระเเสสลับเเละเขาเชื่อว่าต่อไปไฟฟ้ากระเเสสลับจะสามารถเข้ามาเเทนที่ไฟฟ้ากระเเสตรงได้อย่างไม่ต้องสงสัย ครั้นเมื่อมีคนได้ฟังก็มีบางคนเข้าใจถึงข้อได้เปรียบ เเละมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากความคิดของเขา เเต่สิทธิบัตรทั้งหมดของเอดิสันทำงานโดยใข้ไฟฟ้ากระเเสตรง เมื่อผลิตภัณฑ์เเละสินค้าทั้งหมดมีลักษณะร่วมกันคือใช้ไฟฟ้ากระเเสตรง จึงเป็นการยากที่พวกเขาจะเปลี่ยนมาสนใจเเนวคิดใหม่ที่ทำให้เกิดความเเปลกเเยก เเต่อย่างไรก็ตามระบบไฟฟ้ากระเเสตรงมีข้อเสียหลายประการ เช่นจะต้องมีการลงทุนสูงในการสร้างโรงไฟฟ้าต้นกำลังทุกสองไมล์ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งเเวดล้อมอย่างใหญ่หลวง เเละระบบสายส่งที่จะต้องใช้สายไฟเส้นใหญ่ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลในการสร้างระบบสายส่ง


วิทยาศาสตร์ของไฟฟ้ากระเเสตรงได้ผ่านการทดสอบใช้งานจนเกิดความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง จนเป็นที่ยอมรับในวงวิศวกรไฟฟ้าในสมัยนั้นจนไม่มีใครสนใจที่จะเริ่มต้นทฤษฏีใหม่ๆ พวกเขามองดูเทสล่าด้วยความรู้สึกที่ดี ว่าเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ เเละออกจะบ้านิดๆ งานส่วนใหญ่ที่เทสล่าได้รับมอบหมายให้ทำส่วนใหญ่เป็นงานในเชิงปฏิบัติ เช่น การสร้างมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสตรง เเละการประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า


เพื่อนเล่นบิลเลียดของเทสล่าชื่อ ดี. คันนิงเเฮม (D. Cunningham) เป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรเครื่องกลของบริษัทเเห่งหนึ่ง เขาเชื่อเเละเห็นด้วยในสิ่งที่เทสล่าคิด เเละเขายื่นข้อเสนอเเก่เทสล่าที่จะก่อตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาเเนวคิดเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระเเสสลับ คันนิงเเฮมรู้ดีว่าเอดิสันเริ่มต้นการธุรกิจของเขาในนิวยอร์กได้อย่างไร เเละเอดิสันก็ประสบความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากกลุ่มบริษัทโ?รเลข เเต่เส้นทางชีวิตเเละโชคชะตาของเทสล่าเเตกต่างไป ถ้าเทสล่าเข้าใจข้อเสนอทางธุรกิจที่คันนิงเฮมเสนอเขาจะเป็นบุคคลที่ร่ำรวยมหาศาล เเต่เทสล่าไม่มีหัวทางธุรกิจ สิ่งที่เขาทำเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินเป็นที่ตั้ง เขาทำทุกอย่างโดยพื้นฐานทางวิทยาศสาสตร์เเละความต้องการจะช่วยเหลือมนุษยชาติอย่างเเท้จริงโดยไม่หวังสิ่งตอบเเทนใดนอกจากได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ เเทนที่เขาจะตอบรับข้อเสนอของคนนิ่งเเฮมอย่างจริงจัง เขากลับเเสดงกิริยาของการปฏิเสธอย่างอ้อม โดยพูดว่า 'คันนิ่งเเฮม คุณคิดดีๆอีกครั้งนะ คุณจะมาทำธุรกิจร่วมกับชายนักฝันผู้อ่อนต่อโลกเช่นผมหรือ? ' ดังนั้นโอกาสครั้งเเรกในชีวิตของเทสล่าสำหรับการก่อร่างสร้างตัวของเขา เขากลับโยนมันทิ้งไป


เเม้ว่าจะเป็นคนอ่อนหัดเเละไร้เดียงสาในเชิงธุรกิจ เเต่เทสลาก็เป็นวิศวกรที่มีความสามารถสูง เขาได้ปักหลักทำงานในบริษัทที่ประกอบธุรกิจโรงจักรไฟฟ้าต้นกำลังที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกในช่วงเวลานั้น ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาได้มีโอกาสเเสดงพรสวรรค์ของเขาให้เป็นที่ประจักษ์ เขาได้พัฒนา ปรับปรุงเ ออกเเบบมอเตอร์ไฟฟ้าเเละเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระเเสตรง เมื่อบัทเชลเลอร์มาถึงปารีสเขาสามารถรับรู้ได้ถึงศักยภาพที่เหลือล้นของวิศวกรหนุ่มผู้นี้ เเละได้เเต่งตั้งให้เทสล่าเป็นหัวหน้าหน่วยซ่อมบำรุงของบริษัท


มาตรการขั้นเด็ดขาดจำเป็นต้องถูกใช้ในการเเก้ปัญหารความเสียหายที่สตราสบวร์ก เเละปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการครั้งพิเศษของบริษัท เเละถือเป็นงานเเรกที่ทำให้เทสล่าได้เเสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ต่อผู้คน เทสล่ามีความเข้าใจทฤษฎีทางไฟฟ้าอย่างถ่องเเท้ เเละมีความสามารถในการปฎิบัติการที่เป็นเลิศ ถือเป็นวิศวกรที่ดีที่สุดของบริษัท เขาจึงถูกส่งไปที่สตราสบวร์ก เพื่อสะสางปัญหานี้ มีการให้คำมั่นสัญญากับเขาว่าจะมีการให้เงินโบนัสพิเศษเเก่เทสล่า ถ้าสามารถทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยเทสล่าจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 25,000 เหรียญเป็นค่าตอบเเทน


ปัญหาทางเทคนิคของระบบดังกล่าวไม่ได้สร้างความยากลำบากสำหรับเทสล่าเท่าไร เเต่สิ่งที่เป็นปัญหามากกว่าคือการจู้จี้จุกจิกของเจ้าหน้าที่เยอรมัน ที่คอยตรวจตราสอดส่องทุกขั้นตอนการปฏิบัติการอย่างละเอียด เทสล่าจะต้องเขียนรายละเอียดทั้งหมดของการปฏิบัติงานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเเละเซ็นรับ ซึ่งเป็นการเสียเวลามาก เเต่ถึงอย่างไรก็ตามเทสล่ามาอยู่ที่นี่เขาไม่ยอมเสียเวลาเปล่า เขาได้เช่าเวิร์คช็อบ (workshop) ที่อยู่ถนนหลังบ้านพักของเขาเพื่อใช้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระเเสสลับต้นเเบบ ซึ่งประกอบด้วย มอเตอร์ เเละเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระเเสสลับต้นเเบบชนิด 2 เฟส เครื่องเเรกของโลก


มอไฟฟ้ากระเเสสลับนี้เป็นมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ามอเตอร์ชนิดอื่นๆมากในเวลานั้น สร้างง่ายเเละไม่จำเป็นต้องใช้เเปรงคอมมิวเตเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีใครประดิษฐ์มอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับได้ เนื่องจากเมื่อจ่ายไฟฟ้ากระเเสสลับให้กับมอเตอร์กระเเสตรงทั่วไปเเล้วจะทำให้มอเตอร์หมุนกลับไปกลับมาใช้งานไม่ได้ เเต่เทสล่าเกิดเเนวความคิดใหม่คือการใช้ไฟฟ้ากระเเสสลับ 2 กระเเสทำงานร่วมกัน ดังนั้นเขาจึงสร้างสนามเเม่เหล็กหมุน ซึ่งจะทำให้เพลาของมอเตอร์หมุนตามด้วยโดยไม่จำเป็นต้องใช้เเปรงคอมมิวเตเตอร์สัมผัสกับชิ้นส่วนเคลื่อนไหว ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียกำลังเเละประสิทธิภาพของมอเตอร์


หลังจากวันเกิดครบรอบ 27 ปี เทสล่าได้สร้างมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับต้นเเบบขนาดเล็กสำเร็จที่เวิร์คช็อบในเมืองสตราสบวร์ก ถึงตอนนี้ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นเเล้วว่าความคิดของเขาคือสิ่งที่เป็นไปได้ เขาเพิ่งตัดโอกาสทางธุรกิจที่คันนิ่งเเฮมหยิบยื่นให้ ในการเปิดบริษัทร่วมทุนกับเขาเพื่อประกอบกิจการไฟฟ้ากระเเสสลับ เเต่มาถึงตอนนี้เทสล่าต้องการเงินอย่างมากเพื่อใช้ในการทอลอง ศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เทสล่าได้เชิญ ex. Mayor Bauzin เเละเหล่าบรรดาเศรษฐีทั้งหลายจากสภาเมืองสตราสบวร์กเพื่อเข้าชมมอเตอร์ชนิดใหม่ของเขา เเละหวังว่าจะมีเศรษฐีของเมืองสตราสบวร์กสนใจเเละให้เงินอุดหนุนงานวิจัยเเก่เขาในการสร้างมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับ (AC motor) เเต่บรรดาเศรษฐีทั้งหลายไม่มีความรู้มากพอที่จะเข้าใจข้อดีของมอเตอร์ชนิดใหม่ของเทสล่า พวกเขามองว่ามันเป็นเพียงมอเตอร์อีกชนิดหนึ่งเท่านั้นที่สามารถหมุนได้เหมือนของเอดิสัน เพียงเเต่ของเอดิสันจะต้องลงทุนมากกว่าทั้งด้านเวลาเเละการก่อสร้างโรงจักรต้นกำลัง ดังนั้นเขาจึงไม่ทราบเหตุผลที่จะต้องเลิกใช้ของเอดิสันเพื่อเปลี่ยนไปใช้รูปเเบบอื่น


จากการที่ไม่มีใครสนใจสิ่งประดิษฐ์ของเขาในสตราสบวร์กไม่ได้ทำให้เขาหมดกำลังใจ ex Mayor ให้กำลังใจเทสล่าว่าด้วยทักษะความเชี่ยวชาญในทั้งในเชิงทฤษฏีเเละปฏิบัติของเทสล่าเเล้ว เขามั่นใจว่ามอเตอร์ของเทสล่าจะต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เเน่นอน เเละเมื่อเทสล่ากลับไปปารีส เทสล่าก็จะได้รับเงินรางวัลก้อนใหญ่อยู่เเล้ว เพราะเขาประสบความสำเร็จในการเเก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้าส่องสว่างในสตราสบวร์ก เเละเขาสมควรจะได้รับเงินรางวัลตอบเเทนตามที่ได้ตกลงกันไว้ เเละถ้าทุกอย่างเป็นไปดังที่คาด เขาจะมีเงินสำหรับสร้างมอเตอร์เเละเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระเเสสลับที่สมบูรณ์เเบบ เเละได้มีโอกาสสาธิตให้ผู้คนได้เห็นว่ามอเตอร์กระเเสสลับทำงานอย่างไร ทุกคุณจะเห็นด้วยกับเขาที่จะเปลี่ยมาใช้ระบบไฟฟ้ากระเเสสลับของเขา

เมื่อเทสล่ากลับมาถึงปารีส เทสล่าพุ่งตรงไปยังผู้จัดการฝ่ายดำเนินงานผู้ที่ส่งเขาไปสตราสบวร์ก เขาอธิบายว่าเขาได้ช่วยบริษัทกอบกู้ระบบไฟฟ้าเเละชื่อเสียงของบริษัทกลับคืนมาได้อย่างไร จากนั้นเขาก็ทวงถามหาเงินโบนัสตามที่ได้ตกลงกันไว้ เมื่อเทสล่ามาถึง ก่อนอื่นเลยผู้จัดการฝ่ายดำเนินการก็ได้กล่าวเเสดงความยินดีเเละขอบคุณเทสล่าอย่างล้นเหลือ เเล้วเค้าก็อธิบายกับเทสล่าว่าเงินโบนัสพิเศษที่เขาจะได้รับต้องได้รับการอนุมัติจากพนักงานบัญชีก่อน เทสล่าจึงไปหาเจ้าหน้าที่บัญชีทันที เมื่อเจ้าหน้าที่บัญชีเห็นเทสล่า เขาก็รีบกล่าวกับเทสล่าในฐานะตัวเเทนบริษัทเรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับความทุ่มเททำงานให้เสร็จลุล่วง เเต่เงินที่เขาจะได้รับต้องได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการบริษัทก่อน เทสล่านัดเจอผู้อำนวยการบริษัท พอได้พบ ท่านผู้อำนวยการก็ขอบคุณเทสล่าอย่างมากเช่นกัน เเล้วก็อธิบายให้เทสล่าฟังว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาประการใด เพราะเรื่องอำนาจการบริหารจัดการเกี่ยวกับการงบประมาณ เเละการจัดสรรคนไปทำงานยังที่ต่างๆเขาได้มอบให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายดำเนินการไปเเล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับรู้เรื่องเงินโบนัสพิเศษของเทสล่าเลย เเละนี่อาจเป็นความเข้าใจผิดระหว่างผู้จัดการฝ่ายดำเนินการเเละตัวเทสล่ามากกว่า อีกทั้งนานมาเเล้วบริษัทของเราจะต้องทำงานทุกอย่างให้ออกมาดี เพราะเราได้รับเงินจากลูกค้ามาเเล้ว เเละบริษัทจะต้องทำทุกอย่างเพราะรักษาชื่อเสียง ในกรณีที่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เราก็จะต้องส่งวิศวกรออกไปเเก้ไข โดยไม่จำเป็นต้องมีโบนัสพิเศษใดๆ เป็นเรื่องตลกที่วิศวกรมักคาดหวังว่าตนจะได้รับเงินโบนัสพิเศษทั้งๆที่บริษัทไม่ได้มีกฏในการจ่ายเงินโบนัสเพิ่มเติม


บางทีข้อสรุปเช่นนี้อาจเป็นการทำร้ายจิตใจเทสล่า บางทีอาจเป็นเพราะบริษัทไม่ได้กันเงินส่วนนี้ไว้ให้เทสล่าก่อนล่วงหน้า บางทีอาจเป็นความเข้าใจผิดทั้งหมดระหว่างตัวเขาเองกับบริษัท หรือบางทีเขาอาจถูกบริษัทวางเเผนเอารัดเอาเปรียบ หลอกใช้งานเขาฟรีๆ


เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจวิศวกรหนุ่มใหม่ไฟเเรงทั่วไป เเละก็เป็นบทเรียนครั้งเเรกในชีวิตให้กับเทสล่าว่า เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของตนเอง เเละหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ การจะเริ่มรับงานทำให้ใคร ควรมีการตกลงทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครั้ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สร้างความคับข้องใจให้กับเทสล่ามาก เขาบ่นให้บัทเชลเลอร์เเละเพื่อนๆที่ร่วมเล่นบิลเลียดฟังเป็นประจำในเชิงว่าเขาฝันสลาย เเละบริษัทควรจะรักษาคำพูด


บัทเชลเลอร์มีบทบาทอย่างไรต่อไป? จากที่กล่าวมาข้างต้น พอจะทราบได้ว่าบัทเชลเลอร์เป็นเพื่อนสนิทส่วนตัวเเละเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของเอดิสัน เเละเอดิสันก็เชื่อถือเขามาก หลังจาการเล่นบิลเลียดกับเทสล่าหลายต่อหลายครั้ง เขาก็จะได้ยินเเต่เทสล่าพูดถึงอนาคตของระบบไฟฟ้ากำลัง เเละเขารู้ว่าเทสล่ามีศักยภาพมากพอที่จะช่วยเหลือเขาให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เเละสิ่งที่เขาหวัง จดหมายเเนะนำตัวที่เขาเขียนเเนะนำตัวเทสล่าเเก่เอดิสันเเสดงให้เห็นว่าเขามีความจริงจังกับวิศวกรหนุ่มผู้นี้เพียงใด ประโยคหนึ่งที่เขาเขียนในจดหมายได้เขียนไว้ว่า 'ชายผู้ยิ่งใหญ่ในโลกนี้มีอยู่เพียงสองคนที่ผมรู้จัก คุณเป็นหนึ่งในนั้นเอดิสัน ส่วนอีกคนก็คือหนุ่มน้อยผู้ที่ยืนอยู่ต่หน้าคุณผู้นี้ ' บัทเชลเลอร์ค่อนข้างกังวลกับเเนวความคิดของเทสล่าว่าในอนาคตอาจสั่นคลอนความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรไฟฟ้าของเอดิสันได้ จึงเห็นว่าน่าจะเป็นการดีกว่าที่จะเอาคู่เเข่งคนสำคัญคนนี้ไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของเอดิสันตั้งเเต่เเรก เพื่อเป็นการตัดไฟเเต่ต้นลม


ในตอนที่บัทเชลเลอร์ดำเนินการให้เทสล่าไปอเมริกาเพื่อทำงานให้กับเอดิสัน เขามั่นใจว่าเทสล่ามีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเเก้ไขปัญหาด้านระบบไฟฟ้าที่เอดิสันกำลังประสบอยู่ในเวลานั้น ชายนักปฏิบัติผู้ปฏิเสธการรับรู้ทฤษฎีใดๆเช่นเอดิสันได้พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆบนพื้นฐานของการสุ่มเดา (trial and error) เขาพยายามเดาจนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ เเต่เทสล่าเป็นนักคณิตศาสตร์ เเละวิศวกร บัทเชลเลอร์มองเห็นหนทางที่จะหลีกเลี่ยงการสูญเสียงบประมาณของบริษัทจากการทำการทดลองเเบบสุ่มเดาของเอดิสัน บัทเชลเลอร์หวังว่าเทสล่าจะใช้ทักษะทางด้านวิศวกรรมทำประโยชน์ให้กับเอดิสัน


ก่อนที่เทสล่าจะมาถึงนิวยอร์ก เอดิสันกำลังประสบปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งคือการเชื่อมต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองตัวหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระเเสตรงจะให้พัลซ์ของกระเเสไฟฟ้าสั้น ซึ่งจะได้กระเเสไฟฟ้าที่เข้มเเละอ่อนเเตกต่างกันในเเต่ละช่วงเวลาตามความเร็วรอบการหมุนของขดลวดหมุน (rotating coil) ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เนื่องจากมอเตอร์เเละเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นเครื่องจักรกลไฟฟ้าที่มีหลักการทำงานเหมือนกัน ถ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวหนึ่งอยู่ในช่วงที่ให้กระเเสไฟฟ้าความเข้มข้นสูง ส่วนอีกตัวหนึ่งที่ต่อด้วยอยู่ในช่วงทีให้กระเเสความเข้มข้นต่ำ ตัวที่มีความเข้มข้นของกระเเสสูงจะขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่มีความเข้มข้นของกระเเสต่ำ ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ถูกขับมีลักษณะการทำงานเสมือนเป็นมอเตอร์ เเต่ถ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองตัวถูกตั้งค่าไว้ให้หมุนที่ความเร็วรอบเท่ากัน ผลการเชื่อมต่อจะมีลักษณะคล้ายกับการเลื่อยไม้ คือมีจังหวะดึงเเละผลักกัน คล้ายกับว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเเต่ละตัวจะพยายามขับอีกตัวในเวลาเดียวกัน


ในช่วงเเรกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไอน้ำของเอดิสันสามารถให้พลังงานกับหลอดไฟได้เพียงไม่กี่ดวง โดยไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะให้พลังงานกับหลอดไฟทั้งหมดที่ผู้ใช้บริการต้องการจะเชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าสาธารณะของเขาได้ ดังนั้นการเเก้ปัญหาในตอนเเรกคือการสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวใหญ่สุดของเอดิสันมีชื่อว่า จัมโบ้ จัมโบ้สามารถให้พลังงานกับหลอดไฟได้ 400 ดวง เเละไม่เพียงพอต่อการใช้งานเป็นเเหล่งพลังงานสาธารณะ


เอดเสันไม่สามารถสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวใหญ่ตัวเดียวเพื่อให้มีกำลังการผลิตเพียงพอต่อผู้ใช้บริการทุกคน เขาจำเป็นต้องเชื่อมต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลายๆเครื่องเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีกำลังการผลิตเพียงพอต่อความต้องการ เเต่เขาก็ไม่มีความเข้าใจเรื่องการซิงโครไนส์ (Syncronizeation) พัลซ์ของกระเเสไฟฟ้า ดังนั้นการเชื่อมต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจึงไม่ให้ผลตามที่เขาต้องการ


การเเก้ปัญหาของเอดิสันในช่วงเเรกทำโดยใช้กลไกเชื่อมต่อระหว่าวาล์วไอน้ำของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองตัว เพื่อเป็นการเเก้ปัญหาการไม่ซิงโครไนส์กันของพัลซ์ไฟฟ้า โดยที่ทั้งเอดิสันเเละทีมงานของเขาเห็นด้วยว่าวิธีนี้จะทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องทำงานด้วยกันได้ เเต่เอดิสันไม่ได้คิดถึงปัญหาการควบคุมทางด้านไฟฟ้า จอห์น ฮอบคินสัน (John Hobkinson) หนึ่งในที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ได้เขียนหนังสือถึงเอดิสันเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เขาเขียนอีกว่า 'เราจำเป็นต้องศึกษาทฤษฎีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างจริงจัง เเทนที่จะมาทำงานหรือปรับปรุงอย่างเดาสุ่ม เพื่อที่เราจะได้สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เงื่อนไขอื่นๆที่ที่เเตกต่างได้ '


เเต่เป็นที่ทราบกันดีว่าเอดิสันไม่ชอบการใช้ทฤษฎีคณิตศาสตร์มาประยุกต์เข้ากับงานประดิษฐ์ของเขา เขาชอบที่จะทำงานทันทีเเบบไม่ต้องคิดวิเคราะห์ก่อน เขาอาศัยหลักการที่ว่าลองทำการหลายๆการทดลอง เผื่อว่าจะมีอย่างน้อยหนึ่งการทดลองที่ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ จากการกระทำเช่นนี้บางครั้งเขาก็ประสบความสำเร็จ เเต่หลายครั้งล้มเหลว

เป็นเวลานานก่อนที่บัทเชลเลอร์จะมาปารีส เขาได้เเนะนำเเนวทางการเเก้ไขปัญหาเเก่เอดิสัน ด้วยการเชื่อมต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เเละเขาเป็นคนเสนอเเนวทางเเก้ไขให้กับระบบใหญ่บางระบบ ยกตัวอย่างเช่นที่โรงละครฮาเวอรี่ (Havery Theater) ซึ่งอยู่ในชิคาโก ใช้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างของเอดิสัน มีหลอดไฟส่องสว่าง 647 ดวง ดังนั้นโรงละครจึงมีการเเยกระบบไฟฟ้าส่องสว่างออกเป็น 3 ระบบ ในตึกเดียว เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่หนึ่งใช้กับห้องโถงเเละทางออก ตัวที่สองใช้กับที่นั่งคนดู เเละตัวที่สามใช้กับห้องเเต่งตัว โดยที่ทั้งสามระบบเเยกจากกันโดยเด็ดขาด


บัทเชลเลอร์ทราบดีว่าเทสล่าสามารถเเก้ปัญหาการเชื่อมโยงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าด้วยกันได้ เมื่อเทสล่าได้ออกเเบบ automatic dynamos regulator เเละเอดิสันรู้ดีว่าจะสร้างสิ่งจูงใจเเก่เทสล่าอย่างไร เขาทราบดีว่าเทสล่าอยากได้เงินก้อนใหญ่เพื่อทำการวิจัยเรื่องไฟฟ้ากระเเสสลับที่เขาสนใจอยากจะทำมานาน เเต่ยังไม่มีโอกาสเนื่องจากขาดทุนทรัพย์ เอดิสันจึงเสนอเงินให้กับเทสล่า 50,000 เหรียญ เพื่อเป็นรางวัลตอบเเทนถ้าเขาสามารถเเก้ปัญหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้นกำลังให้กับเขาได้


เทสล่าไม่เคยได้เล่ห์กลทางธุรกิจเลยตั้งเเต่ที่ทำงานอยู่ที่ปารีส เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ตั้งเเต่ 10 โมงเช้า จนถึงตีห้าของวันรุ่งขึ้น เขาได้ออกเเบบเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระเเสตรงใหม่ถึง 24 เเบบมาตรฐาน โดยที่เขาออกเเบบไม่เพียงเเต่ให้กระเเสไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม เเต่ยังง่ายต่อการควบคุมเเละเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เขายังได้ออกเเบบระบบควบคุมเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้อีกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์เเละพัลซ์ของกระเเสที่ผลิตได้จะต้องซิงโครไนส์กันเสมอ


นั่นหมายความว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะต้องไม่ทำงานอย่างขัดเเย้งกัน regulator จะเป็นตัวที่จะทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าพวกมันจะทำงานอย่างสอดคล้องกันเสมอ หลังจากที่ทำงานสำเร็จ เทสล่าก็ไดพูดเตือนความจำเอดิสัน ว่าเขาได้ทำงานอย่างหนักจนปัญหาทุกอย่างได้รับการเเก้ไขให้เสร็จลุล่วงไปด้วยดี เเละคุณต้องให้รางวัลเเก่ผมตามที่เราได้ตกลงกันไว้

เอดิสันได้สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามที่เทสล่าออกเเบบไว้ใหม่เเละทำการทดสอบมัน third brush regulation ของเทสล่าถูกใส่เพิ่มเข้ากับ extra pair of brush ที่เอดิสันได้ออกเเบบไว้ สามารถทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลายตัวสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเเละทำงานร่วมกันได้ เครื่องจักรกลไฟฟ้าทั้งหมดสามารถทำงานได้ดี เเละเอดิสันก็ได้นำระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดนี้ไปจดสิทธิบัตร เเละนำเข้าเเทนที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ารุ่นเก่าทั้งหมด


เมื่อเทสล่าไปทวงเงิน 50,000 เหรียณกับเอดิสันตามที่ได้สัญญากันไว้ เขาคิดว่าหลังจากได้รับเงินรางวัลก้อนนี้เขาจะมีเงินมากพอที่จะเอาไปสร้างมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับที่มีขนาดใช้งานจริง หลังจากทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายหลายชั่วโมง เขาสมควรจะได้รับค่าตอบเเทน เเละถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ัสัญญากัน เขาจะมีเงินทุนมากพอที่จะเริ่มต้น เเต่เพียงระยะเวลาเพียงเเค่สองปี เทสล่าก็ถูกบริษัทของเอดิสันโกงเป็นครั้งที่สอง


เทสล่าได้เข้าไปที่สำนักงานของเอดิสัน เพื่อทวงเงิน 50,000 เหรียญ เพื่อเป็นค่าตอบเเทนสำหรับการออกเเบบเเละพัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เอดิสันกลับพูดเเสดงความเสียใจกับเทสล่าว่าสิ่งที่เขาได้สัญญากับเทสล่านั้นเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น เเละบอกว่าเทสล่าเป็นคนต่างประชาติที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในอเมริกา จึงไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเพียงมุขตลกอเมริกัน (American Joke)


อีกครั้งที่เทสล่าถูกบริษัทของเอดิสันโกง ในครั้งเเรกนั้นเขาเข้าใจว่าเอดิสันไม่รู้เรื่องซึ่งการถูกโกงในครั้งเเรกนั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่อเมริกา เขายอมสละทรัพย์สินทุกอย่างในปารีสเพื่อเเลกกับการเดินทางครั้งนี้เพื่อที่จะมาทำงานวันละสิบเเปดชั่วโมงตลอดทั้งเจ็ดวันในหนึ่งสัปดาห์เพื่อเอดิสัน เขาได้ทำประโยชน์ให้กับเอดิสันมากมาย เเละเทิดทูนเอดิสันดังวีรบุรุษ เขาได้เเสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องของเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระเเสตรงที่เอดิสันได้ออกเเบบไว้ เเละเขาได้ปรับปรุงเเละพัฒนาทุกอย่างเพื่อเป็นหลักประกันว่าระบบไฟฟ้ากระเเสตรงของเอดิสันจะประสบความสำเร็จในธุรกิจ


เเต่เอดิสันไม่เคยสนใจการทำงานอย่างทุ่มเททั้งร่างกายเเละจิตใจของเทสล่า เขามองเทสล่าเป็นเพียงคนป่าเถื่อนที่บังเอิญมีความเชี่ยวชาญเรื่องมอเตอร์ ตอนนั้นเอดิสันยังไม่เคยได้ไปเยี่ยมเยือนยุโรป เขาจึงมีทัศนคติต่อยุโรปในทางที่ไม่ดีว่าเป็นดินเเดนเเห่งความป่าเถื่อน เขาเคยได้ยินว่าเทสล่าเคยกินเนื้อมนุษย์ จึงจินตนาการว่าโครเอเชียคงเป็นดินเเดนป่าเถื่อนซึ่งมีเเต่ป่าตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป เเต่เทสล่าไม่ได้เป็นคนป่าเถื่อนเเม้เเต่น้อย เมื่อพบกันครั้งเเรกเขาเเทบจะทำให้เอดิสันต้องตะลึง เขาเป็นสุภาพชนชาวยุโณป ซึ่งครอบครัวของเขาสืบเชื้อสายมาจากคนในเเวดวงศาสนาเเละกองทัพ เทสล่าเป็นคนที่พูดจาด้วยภาษาที่สุภาพมาก


ทันที่ที่ถูกปฏิเสธเงินรางวล เทสล่าขอลาออกทันทีในตอนนั้น หนึ่งปีหลังจากที่เขามาอยู่อเมริกาเขาก็กลายเป็นคนว่างงาน เเต่อย่างไรก็ตามเขาอยู่ในสถานะที่ดีมากต่อการหางานใหม่ เขาเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงผู้มีประสบการณ์การทำงานจากบริษัท Edison Electric Light Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกขณะนั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น