Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

อารยัน UFOs และฐานทัพในแอนตาร์คติก





ความลับเกี่ยวกับเรื่องจานบินที่ปรากฏอยู่บนโลก ทฤษฎีเกี่ยวกับจานบินนาซีได้รับการยอมรับว่ามีความใกล้เคียงที่สุดสำหรับการความลับนี้
หลายคนกล่าวถึง UFOs ที่พบเห็นในปัจจุบันว่ามันเป็นอากาศยานที่พัฒนาขึ้นโดยอาณาจักรไรช์ที่ 3
อย่างไรก็ตามยังมีคำถามสำคัญที่ยังค้างคาใจผู้คนอยู่ว่า โครงการพัฒนาจานบินของพวกเขาประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออ้างว่า UFO (ของจริงจากต่างดาว) ได้บินมาตกและถูกนาซีจับได้ที่บริเวณใกล้กับเมืองไฟรบวร์ก (Freiburg) ในปี 1936 จากนั้นนักวิทยาศาสตร์เยอรมันภายใต้การช่วยเหลือของหน่วย Schutzstaffel หรือเรียกย่อๆว่า SS ได้จัดการซ่อมและทดสอบระบบพลังงานและระบบขับดันของ UFO ดังกล่าว
เป็นเวลากว่า 5 ปีที่นักวิทยาศาสตร์นาซีได้ทำงานในโครงการลับเกี่ยวกับจานบิน โดยโครงการนี้มีรหัสลับว่า ฐานทัพที่ 211 (Base 211) ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวได้รับการพิจาณาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระจากทั่วโลก โดยในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างจานบินได้ 9 ลำ นักวิทยาศาสตร์นาซียังมัทัศนะคติในแง่บวกว่าอย่างน้อยจาก 9 ลำก็ยังมี 1 ลำที่สามารถรอดไปถึงแอนตาร์คติก้าได้
นักวิทยาศาสตร์แห่งอาณาจักรไรช์ที่ 3 ที่มีชื่อเสียง และเกี่ยวข้องกับโครงการลับที่แอนตาร์คติก้าได้แก่ R. Vesko, V. Terzisky และ D. Childress มีการกล่าวอ้างว่าในปี 1942 ได้มีการตั้งแคมป์สำหรับนักโทษ นักวิทยาศาสตร์ประจำ นักบิน นักกฎหมาย พร้อมทั้งครอบครัวของพวกเขา และสมาชิกแห่ง Hitlerjungend เพื่อถูกส่งไปที่แอนตาร์คติก้า โดยใช้เรือดำน้ำ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าฐานทัพนาซียังคงมีอยู่ในแอนตาร์คติก้า ยิ่งกว่านั้นไม่การกล่าวอ้างว่ามีการสร้างเมืองใต้ดินที่มีชื่อว่า New Berlin ซึ่งเป็นเมืองแห่งเผ่าพันธุ์อารยัน และขณะนี้มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 2 ล้านคน ประชากรของเมืองนี้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องพันธุวิศวกรรม (genetic engineering) เทคโนโลยีอวกาศ มีการพบเห็นจานบินบ่อยครั้งมากที่บริเวณขั้วโลกใต้ ซึ่งนี่เป็นหลักฐานอย่างอ้อมๆ (indirect) ว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะมีฐานทัพใต้ดินที่เป็นที่เก็บจานบินอยู่ที่นั่นจริงๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดของญี่ปุ่นในปัจจุบัน พวกเขาสามารถตรวจจับวัตถุทรงกลมได้พร้อมกัน 19 ลำซึ่งได้บินร่อนลงมาจากอวกาศและหายไปจากจอเรดาร์ในบริเวณขั้วโลกใต้
ในปี 1998 Angel Alcazar de Velasco ได้ถูกสัมภาษณ์ที่บ้านของเขาในมาดริด ขณะนั้นเขามีอายุได้ 90 ปี และเขาได้เสียชีวิตในปี 2001 Velasco เคยเป็นสมาชิกของ Pro-German setion of the “Falange” (Spanish right-wing political) และเขาได้เป็นสายลับให้กับเยอรมันและญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลก ในเม็กซิโกเขาได้ดำเนินการและควบคุมสายลับ 2 คนที่ปฏิบัติการในสหรัฐ หนึ่งในนั้นมีความเกี่ยวข้องกับโครงการแมนฮัตตัน
เขาถูกถามเกี่ยวกับโครงการวิจัยด้านนิวเคลียร์ของนาซีเยอมันในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เขากล่าวว่าโครงการวิจัยนิวเคลียร์ที่พวกนาซีทำมีความล้ำหน้ากว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาก และเขาเล่าว่าเครื่องบินเจ็ตและจรวดไม่ใช่เทคโนโลยีด้านอากาศที่ทันสมัยที่สุดของเยอรมันในเวลานั้น ที่ที่ยิ่งกว่านั้นคือจานบิน เขากล่าวว่า
1) เยอรมันได้สร้างจานบิน (Flugscheiben) ขึ้นจริงๆ
2) จานบินนี้ยังคงปฏิบัติการได้จนถึงปัจจุบัน โดยพวกมันจอดอยู่ที่ฐานทัพลับในแอนตาร์คติก้า และในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งแน่นอนว่ามีคนพบเห็นมันบ่อยๆ โดยเฉพาะชาวบ้านผู้ใสซื่อเห็นจนเกิดอาการหวาดกลัว
3) การสร้างจานบินของเยอรมันเท่าที่เขารู้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันกับมนุษย์ต่างดาว
เกี่ยวกับท่านผู้นำอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เขากล่าว่าฮิตเลอร์ไม่ได้ตายในปี 1945 ที่เบอร์ลิน แต่ตายในช่วงทศวรรษที่ 1950 และถูกฝังไว้ที่ขั้วโลกใต้
Velasco เผยว่าเขาเองเคยได้ไปที่ฐานลับในแอนตาร์คติก้าและในทวีปอเมริกาใต้ (Fireland-Tierra del Fuego-area) หลายครั้ง

Aryan UFOs and Antarctic Base
-A Real Appraisal-
In response to the above article publish in Ernst Zundel replies:

แหล่งข้อมูลที่น่าสนใจคือหนังสือที่มีการตีพิมพ์ในอังกฤษและอเมริกาที่มีชื่อว่า “Intercept But Don’t Shoot” เขียนโดย Renato Vesco ผู้ซึ่งอ้างว่าตนเคยเป็นหัวหน้าของหน่วย Benito Mussolini’s Air Technical Intelligence ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 Vesco ได้ทำรายการเอกสารเกี่ยวกับโครงการวิจัยของเยอรมันซึ่งประกอบด้วยเรื่องโลหะผสม เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ
เกี่ยวกับการสำรวจแอนตาร์คติก้าของนาซีเยอรมัน มีเอกสารอ้างอิงอย่างน้อย 1 เล่ม ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยหนังสือได้ให้ข้อมูลว่า ในปี 1938 อาณาจักรไรช์ที่ 3 แห่งนาซีเยอรมันได้เข้าสำรวจทวีปแอนตาร์คติกก้าซึ่งเป็นหนึ่งปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะเริ่มขึ้น ในเอกสารดังกล่าวมีแผนที่ รูปถ่ายขาวดำ รวมทั้งรูปสีเป็นจำนวนมาก หนังสืออ้างอิงดังกล่าวมีชื่อว่า “Die Deutsche Antarktische Expedition 1938” เขียนโดย Safari Verlag ซึ่งหนังสือดังกล่าวไม่ได้รับการตีพิมพ์เป็นระยะเวลายาวนาน จนกระทั่งปี 1945 แต่อย่างไรก็ตามภาพถ่ายทางอากาศที่ถ่ายโดยคณะสำรวจนาซี และภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการเดินทางที่มีคำบรรยายอยู่ใต้ข้างล่างของจอที่หลงเหลือจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สามารถหาดูได้ที่ Hamburg’s Hydrographic Institute
นักเขียนชาวอังกฤษชื่อ W.R.D. McLaughlin ได้ตีพิมพ์ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชื่อว่า German Antarctic Raider ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับ ปฏิบัติการทางทะเลรอบๆแอนตาร์คติก้าในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
ในช่วงทศวรรษที่ 1970 ได้มีการออกอากาศสารคดีการเดินทางสำรวจแอนตาร์คติก้าโดยทีมสำรวจเยอรมัน ซึ่งในสารคดีได้มีการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนร่วมในการเดินทางสำรวจครั้งนั้นด้วย โดยทีมสำรวจนี้ได้ทำหน้าที่สำรวจและทำแผนที่ในบริเวณกว้างและได้เก็บตัวอย่างดิน น้ำ และน้ำแข็ง มีการปักธงและทิ้งก้อนเหล็กที่สลักสัญลักษณ์สวัสดิกะจากเครื่องบินเป็นจำนวนมากเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของครอบครองพื้นที่ในแอนตาร์ติก้า ทีมสำรวจกล่าวว่าเขาได้ทำแผนที่ของแม่น้ำ ภูเขา กราเซีย รวมถึงทะเลสาบน้ำอุ่นต่างๆที่พวกเขาได้พบเห็น บริเวณที่ถูกยึดครองโดยนาซีในแอนตาร์คติก้าเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบันว่า Neu-Schwabenland ดังนั้นเยอรมันในปัจจุบันถือได้ว่ามีดินแดนที่ยิ่งใหญ่มาก คือทวีปแอนตาร์คติก้า ใหญ่กว่าแผ่นดินแม่ในปัจจุบันที่ทุกคนที่เกิดมาเป็นคนเยอรมันถูกปลูกฝังว่า จงภูมิใจเถิดประเทศของเราแม้จะมีดินแดนเพียงน้อยนิดแต่มันก็เป็นศูนย์กลางของทวีปยุโรป เป็นดินแดนที่ฝ่ายพันธมิตรเหลือไว้ให้เราหลังจากที่เขาสามารถเอาชนะฮิตเลอร์ได้ ชาวเยอรมันนาซีเป็นที่น่าสะพรึงกลัวของทุกชาติในปัจจุบัน และไม่เคยได้รับการท้าทายจากประเทศใด มันมีขนาดใหญ่เป็น 3 เท่าของขนาดของขนาดพื้นที่ที่เยอมันยึดครองได้ในช่วง pre-wwII มีเทือกเขาที่มีลักษณะคล้ายกับเทือกเขาแอลป์หลายลูก อีกทั้งมีทะเลสาบ รวมถึงกราเซีย ซึ่งทั้งหมดได้ถูกตั้งชื่อไว้หมดแล้ว
ในรายการทีวีประจำชาติของประเทศญี่ปุ่นรายการหนึ่งได้เชิญผม (Zundel) ไปที่มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน (Princeton University) ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ที่นั่นผมได้ถูกสัมภาษณ์เป็นเวลาหลายชั่วโมง และเป็นที่ที่ผมได้แสดงข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน ในรายการทีวีรายการนี้ได้มีการเพิ่มสีสันด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการการสร้างภาพจำลองของจานบินนาซีที่ถูกเก็บไว้ในอุโมงค์น้ำแข็งในแอนตาร์คติก้า
ในปี 1990 ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักเขียนจากฟลอริด้า ผู้ซึ่งเขียนแมกกาซีนที่มีชื่อว่า Sharkhunter ซึ่งได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ U-Boat ใน WWII ในฐานะที่เป็นเรือที่ใช้ในการลำเลียงชั้นเยี่ยม เขาได้เล่าเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นซึ่งผมได้ออกอากาศผ่านดาวเทียมในรายการ Voice of ดพำกนท เขาอ้างว่าเขาได้พบแผนที่และรูปภาพของฐานทัพเยอรมันในแอนตาร์คติก้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน Chilean and Argentinean naval archives ซึ่งเป็นฐานทัพหนึ่งใน Tierra del Fuego ซึ่งโดยประมาณแล้วน่าจะมีคนอยู่ที่นั่นประมาณ 8,000 คน
ได้มีการค้นพบคำตอบสำหรับความลึกลับเกี่ยวกับเรื่องราวของ UFO มานานเเล้ว เรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวอาจเป็นเรื่องราวที่นาซีเบนความสนใจของผู้คนออกจากความพยายามของพวกเขาในการก่อตั้งอาณาจักรไรช์ที่ 4
หลายรัฐบาลในโลกนี้ได้ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานานเเล้ว เเต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเเสดงออกหรือโต้ตอบใดๆ เนื่องจากว่ากลัวตาย
นาซีเยอรมันได้สร้างกองทัพจานบินขึ้นในปี 1940 ซึ่งข้อมูลนี้อ้างอิงมาจากหนังสือที่มีชื่อว่า UFOs: Nazi Secret Weapon? (Samisdat, Tonoto, Candana) ชึ่งเขียนโดย Chritof Friedich
Friedich กล่าวว่านักวิทยาศาสตร์ทางด้านจานบินของเยอรมันได้หนีจากบ้านเกิดของพวกเขาเมื่อกองทัพของพันธมิตรประชิดเข้ามา
ในหนังสือ Friedich เขียนว่านักวิทยาศาสตร์ที่เป็นกุญเเจสำคัญของโครงการจานบิน เป็นที่เเน่ชัดเเล้วว่าพวกเขาได้หายหัวไป เเม้ว่าจะมีเครื่องบินเเละสิ่งก่อสร้างบางสิ่งหลงเหลืออยู่ เเต่เครื่องจักรกลเเละต้นเเบบ (prototye) ได้หายไป เเละเเม้เเต่นักบินก็หายหัวไป เเละ Friedich ยืนยันว่าฮิตเลอร์เเละภรรยาของเขาอีวา บราวน์ (Eva Braun) ได้เเสดงมายากลตบตาชาวโลกว่าพวกเขาได้ฆ่าตัวตายในบังเกอร์ที่เมืองเบอร์ลิน ในวันสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2
หลักฐาน Friedich ได้เเสดงว่าฮิตเลอร์ยังคงมีชีวิตอยู่คือ
1) ร่างกายของฮิตเลอร์เเละอีวา บราวน์ไม่เคยถูกพบ
2) หลักฐานที่ยืนยันการฆ่าตัวตายมีเพียงหลักฐานเเวดล้อมเท่านั้น ได้เเก่ หมวกของฮิตเลอร์ 2 ใบ เเละกระดูกเพียงไม่กี่ชิ้น
3) เลือดที่พบบนเฟอร์นิเจอร์ในห้องของฮิตเลอร์ในบังเกอร์เป็นคนละชนิดกันกับเลือดเขาของ
4) บุคคลใกล้ชิดเเละสนิทกับฮิตเลอร์ทุกคนหายไป
5) มีพยานเเวดล้อมเเละหลักฐานหลายอย่างที่เเสดงให้เห็นว่าการฆ่าตัวตายของฮิตเลอร์เป็นการจัดฉาก
นักวิเคราะห์กล่าวว่าฮิตเลอร์เเละอีวา บราวน์ ได้นั่งเครื่องบินเจ็ทลำเเรกของโลกบินไปยังนอร์เวย์ จากนั้นได้มีการจัดเตรียมกองทัพเรือดำน้ำเพื่อส่งสองคนนี้ไปยังฐานทัพลับในทวีปอเมริกาใต้
Friedich กล่าวว่าเรือ U-Boat ที่ทำหน้าที่เป็นเรือคุ้มกันเรือของฮิตเลอร์ได้ทำการสู้รบอย่างบ้าระห่ำกับกองทัพเรืออังกฤษที่ทำการปิดล้อมกองเรือของฮิตเลอร์ กองเรือของฮิตเลอร์ได้หักด่านการปิดล้อมออกไปได้ด้วยการใช้อาวุธลับที่สุดไฮเทค
กัปตันอังกฤษคนหนึ่งที่รอดตายจากการรบครั้งนี้ได้กล่าวในหนังสือพิมพ์ El Mercurio, a Sandiago, Chile newspaper ว่า "โอ้พระเจ้าขออย่าให้ข้าน้อยได้เจอกับกองกำลังเช่นนี้อีกเลย"
Friedich กล่าวเสริมว่าสายลับของฮิตเลอร์ได้ทำการปลอมเเปลงเงิน US dollars เเละ British Pounds เเละยังได้ขโมยทองคำเป็นจำนวนมากในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อใช้เป็นเเหล่งเงินทุนในการสร้างฐานทัพลับในทวีปอเมริกาใต้เเละเเอนตาร์คติก้า
เเผนการของฮิตเลอร์เป็นเเผนการระยะยาว เขาได้มองหาสถานที่ที่เป็นดินเเดนว่างเปล่าที่ยังไม่มีคนจับจองซึ่งเหมาะเเก่การสร้างฐานทัพลับ ในที่สุดเขาก็ได้มาพบกับทวีปเเอนตาร์คติก้า
กองกำลังสำรวจทวีปเเอนตาร์คติก้าของนาซีภายใต้การนำของ Ritscher ได้เริ่มต้นปฏิบัติการในปี 1938/39 กองกำลังดังกล่าวได้ตั้งหลักปักฐานอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า Queen Maud Land เเละได้มีการสร้างฐานทัพที่นี่เเละได้มีการถ่ายภาพกว่า 10000 ภาพ วัตถุประสงค์เพื่อเอาไปทำเเผนที่
ไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐเเละสหภาพโซเวียตทราบดีว่ามีฐานทัพนาซีอยู่ที่นั่นเป็นเวลากว่า 40 ปีเเล้ว เเต่พวกเขาได้ปิดบังความจริง เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับที่นั่นดี
Friedich กล่าวว่าการที่นาซีสามารถสร้างยานอวกาศได้พวกเขาต้องขอบคุณต่างดาวผู้เป็นมิตรกับนาซีในระหว่างที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในเเอนตาร์คติก้า
นักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า นักวิทยาศาสตร์นาซีได้สร้างจานบินโดยลำพังหรือไม่ หรือว่าต้องอาศัยความช่วยเหลือจากต่างดาวผู้ซึ่งมีภาษาทางเทคโนโลยีที่คล้ายกันกับพวกนาซี
Friedich เชื่อว่าสงครามที่เรียกว่าสงครามครั้งสุดท้าย (Last Battation) จะเกิดขึ้นเมื่อระบบเศรษฐกิจโลกล่มสลาย เมื่อถึงเวลานั้นจานบินของนาซีจะเข้ายึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางด้านการทหารทุกจุดทั่วโลกเเล้วครองโลกในที่สุด
เมื่อกล่าวถึงประวัติของ Ernst Zundel เขามีชื่อเต็มว่า Ernst Christof Friedich Zundel เกิดที่ประเทศเยอรมันที่ Swarzwald ในปี 1939 เขาได้อพยพสู่ประเทศเเคนาดาในปี 1958 เมื่อได้พบกับ Adrien Arcand ซึ่งเป็นพวกชาตินิยมเเละเป็นพวกขวาจัดชาวควีเบค Arcand ทำให้ Zundel ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องราวของจานบินนาซี เเละอาณาจักรไรช์ในเเอนตาร์คติก้า [Neo Nazi, Black Sun เเละสมาชิกของ Reddemption Sect เชื่อว่าฮิตเลอร์หนีจากเยอรมันในปี 1945 ประกอบกับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของฝ่ายพันธมิตรกับหน่วย SS ที่เเอนตาร์คติก้า การหลบนี้ของฮิตเลอร์ครั้งนี้เชื่อว่าเขาได้พบกับดินเเดนที่เป็นอาณานิคมใหม่ของเขาที่ Neu Schwabenland ในเเอนตาร์คติก้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากซากโบราณ H.P. Lovecraft ที่เรียกว่า Kadath in Cold Waste]


Operation Highjump





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น