Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นาซีได้สร้าง UFO ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ........(ตอนที่ จบ)



อากาศยานอื่นๆในช่วงเวลานั้นที่ดูแล้วมีลักษณะไม่เอื้ออำนวยต่อการบินคือยานบินที่มีชื่อว่า Hortan ซึ่ง Walter และ Reimer เป็นคนสร้างมันขึ้นมาในเยอรมันในช่วงระหว่างปี 1930 ถึง 1940 ซึ่งมีหลายรุ่น พวกเขาเรียกมันว่า Ho Series รุ่นแรกของซีรีส์นี้คือ Ho I ซึ่งเป็นยานบินแบบปีกบินอย่างง่าย

ในช่วงท้ายของทศวรรษพวกเขาได้พัฒนายาน Ho III ซึ่งเป็นเครื่องร่อนที่มีโครงเป็นเหล็กซึ่งมีการใช้ใบพัดที่ folding blade propeller สำหรับใช้ทำการบิน และในปี 1944 พวกเขาได้สร้างยานต้นแบบ Ho IX ได้สำเร็จ ถูกให้กำลังโดย Junker Jumbo 004B turbojet โดยยานบินนี้มีโครงเป็นเหล็กและถูกหุ้มภายนอกด้วยไม้ plywood ภายหลังทำการทดสอบการบินแบบ maiden fight ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ทัพอากาศของเยอรมันจึงสั่ง Gotha Waggonfabrick สร้างยานบินชนิดนี้จำนวนสี่สิบลำ โดยให้มีชื่อว่า Ho-229

เมื่อกองกำลังสหรัฐบุกเข้าถึงโรงงาน Gotha ในวันที่ 14 เมษายน ปี 1945 พวกมันได้เข้ายึดโรงงานแล้วนำเอายาน Ho IX V3 ที่สร้างใกล้เสร็จใส่เรือกลับสหรัฐไป

ในความเป็นจริงแล้วยานบินที่ออกแบบโดยวิศวกรเยอรมันดูคล้ายกับ UFO ที่ผู้คนในอเมริกันรายงานว่าได้พบเห็นอยู่กลางเวหาในวาระต่างๆในช่วงหลังสงครามโลก

Kenneth Arnold เองได้พรรณนาสิ่งที่เขาได้เห็น หลังจากที่เขาได้วาดภาพว่าเขาได้เห็นอะไรมา ทำให้รู้ว่ามันเหมือนจานกลมสีเงินดังรูป


ภาพวาดของยานที่ Kenneth Arnold เห็น
ยาน Hortan



ยานบินที่พัฒนาขึ้นโดย Lockheed Skunk Works ใน Palmdale, California เป็นยานลาดตระเวนที่ไร้คนขับ มันมีลักษณะรูปทรงคล้ายจานพร้อมทั้งมีปีกที่ยาว และบ่อยครั้งที่ถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นจานบินเมื่อมองในมุมที่เหมาะสม

ยานต้นแบบรูปทรงจานขนาดใหญ่ได้รับการออกแบบเพื่อเป็นยานขนส่งแห่งอนาคต จากการออกแบบโดยบริษัทผลิตเครื่องบินแห่งหนึ่งในอังกฤษ ยานบินดังกล่าวได้ถูกวางแผ่นให้ทำการบินด้วยความเร็วประมาณ 100 ไมล์ต่อชั่วโมงที่ความสูง 5,000 ฟุต

ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่ว่าการรายงานการพบเห็น UFO อย่างมากมายในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเป็นการพบเห็นยานบินทดสอบในโครงการลับของอเมริกา ที่ได้รับเทคโนโลยีมาจากเยอรมันอีกต่อหนึ่ง การที่ยานไม่สามารถระบุหรือจำแนกประเภทได้ก็เพราะมันเป็นยานในโครงการลับนั่นเอง

มีข่าวลือว่ายานบินแบบใหม่ลักษณะทรงจานที่ออกแบบโดยเยอรมันนั้นเป็นความพยายามในการที่จะสร้างเลียนแบบจากจานบินของมนุษย์ต่างดาวของแท้ที่มีข่าวว่าเคยประสบอุบัติเหตุตกอยู่ในดินแดนของเยอรมัน การที่ความพยายามดังกล่าวของเยอรมันไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากไม่สามารถเลียนแบบระบบควบคุมทิศทางและระบบขับดันได้ดีเท่าที่ควร

Corso ได้เผยแพร่หนังสือที่มีชื่อเรื่องว่า The Day after Roswell ทางการสหรัฐระบุว่าพวกเขารู้สึก Shock กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “จานบินตก” ซึ่งเขาได้เปิดเผยความจริงหลายอย่างในเหตุการณ์ครั้งนี้

เบื้องหลังของ Corso ค่อนข้างใหญ่โต เขาเคยเป็นหัวหน้าของ US Army’s Forien Technology Division และเป็นสมาชิกของ President Eisenhower’s National Security Council ในปี 1963หลังจากเกษียณอายุราชการเขาได้ไปทำงานให้กับ Senator Thurmond เขาได้ถูกสัมภาษณ์โดย Michael Lindemann ในข่าว CNI ในวันที่ 5 กรกฎาคม 1997 ว่า
Michael Lindemann: มีข่าวลือและการคาดการกันต่างๆนานาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ Roswell เกี่ยวกับการตกของจานบิน เทคโนโลยีต่างๆที่เราได้จากจานบิน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกใช่มั้ยที่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น มีหลักฐานหลายอย่างชี้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นที่ประเทศเยอรมัน นาซีได้ทำการศึกษาบางสิ่งที่ได้จากจานบินที่ตกในประเทศเขาแล้วนำมาพัฒนาเป็นของตนเอง คุณคิดอย่างไรกับข้อเท็จจริงดังกล่าว

Corso: ใช่ผมเชื่อเช่นนั้น ผมมีนักวิทยาศาสตร์เยอรมันอยู่ในทีม และเราเคยได้พูดคุยในเรื่องดังกล่าวกันมาบางพอสมควร ผมเคยได้พูดคุยกับ Orberth และ Von Braun พวกเขากล่าวว่า “มัน (จานบิน) ถูกจับได้บางแห่ง แล้วพวกเขา (เยอรมัน) ก็ได้เก็บชิ้นส่วนทั้งหมดของมันมาเพื่อทำการศึกษา พวกเขาทำงานกับมัน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระบบขับดันได้ พวกเขาทำการทดลองเยอะมากเกี่ยวกับจานบิน แต่มีอันหนึ่งสามารถบินขึ้นไปได้สูงถึง 12,000 ฟุต ไม่เพียงแต่เท่านั้นพวกเขายังประสบปัญหากับระบบนำทางอีกด้วย”

ในหนังสือของ Corso ได้อธิบายถึง UFO ที่ถูกจับได้ที่ Roswell โดยกล่าวว่ามันเป็นยานบินรูปทรงพระจันทร์เสี้ยว มีลักษณะคล้ายกับยานบินชนิดปีกบิน (Flying Wing) Horten ที่ปรากฏในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เขาได้ตั้งสมมติฐานพวกเยอรมันคงได้เจอกับอะไรบางอย่างที่เราไม่เคยรู้ แต่จากการสนทนากับ Wernher von Braun และ Willey Ley ที่ Alamodordo ในหนึ่งวันหลังจากการยืนยันการจับวัตถุประหลาดที่เรียกว่า UFO ได้ เขากล่าวว่ายังมีเรื่องราวลึกๆเกี่ยวกับความเป็นมาของวิศวกรรมเยอรมันอันล้ำยุค

เรื่องราวลึกๆดังกล่าวได้รับการยืนยันจากบิดาแห่งจรวดยุคใหม่ Hermann Oberth ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการติดต่อกันระหว่างนาซีกับต่างดาว เขากล่าวว่า “เราไม่สามารถให้เครดิตกับนักวิทยาศาสตร์เยอรมันเพียงอย่างเดียวในการที่เรามีเทคโนโลยีล้ำยุค ทุกอย่างคงเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่ได้รับความช่วยเหลือจาก………” เมื่อถูกถามว่าจากใคร Oberth ตอบว่า ไม่ทราบ รู้แต่ว่าเค้ามาจากนอกโลก

Sources:
1) New York Times 14th December 1944..
2) Lore, Gordon I. R. Jnr., and Deneault, Harold H., Jnr., ‘Mysteries of the Skies; UFOs in Perspective’ Prentice-Hall, New Jersey 1968.
3) ‘Der Spiegel’ magazine 30th March 1950
4) Third Reich Video
5) Jungk, Robert, ‘Brighter Than a Thousand Suns’
6) Ibid
7) Memorandum to Members of the Advisory Committee on Human Radiation Experiments 5th April 1995, from Advisory Committee Staff ‘Post World War II Recruitment of German Scientists – Operation Paperclip’
8) Stuhlinger, Ernest and Ordway, Frederick III, ‘Wernher von Braun: Crusader for Space’ p. 67 Kreiger Publishing Company, Florida 1994.
9) Memorandum to Members of the Advisory Committee on Human Radiation Experiments 5th April 1995, from Advisory Committee Staff ‘Post World War II Recruitment of German Scientists – Operation Paperclip’
10) Ibid.
11) Ibid.
12) Zapezauer, Mark ‘The CIA’s Greatest Hits’
13) Memorandum to Members of the Advisory Committee on Human Radiation Experiments 5th April 1995, from Advisory Committee Staff ‘Post World War II Recruitment of German Scientists – Operation Paperclip’
14) Ibid.
15) Buckbee, Edward O., ‘Biographical Data: Wernher von Braun’ Alabama Space and Rocket Centre, 1983.
16) Stuhlinger, Ernest and Ordway, Frederick III, ‘Wernher von Braun: Crusader for Space’ p.15, Kreiger Publishing Company, Florida 1994.Foundations for Globally Managing Extraterrestrial Affairs – The Legacy of the Nazi Germany-Extraterrestrial Connection
17) Bergaust, Erik, ‘Wernher von Braun’ , National Space Institute, Washington DC, 1978.
18) Dooling, David, ‘Academic American Encyclopaedia’Grolier Inc 1993.
19) Donefer, Charles, ‘Wernher von Braun: National Hero or Enemy to the World?’ 1996
20) Ibid
21) Buckbee, Edward O., ‘Biographical Data: Wernher von Braun’ Alabama Space and Rocket Centre, 1983.
22) Ibid
23) DeVorkin, David H., ‘Science With A Vengeance: How the Military Created the US Space Sciences After World War II’, Springer-Verlag, New York 1992.
24) Lancaster New Era newspaper, 12th July 1997.
25) Corso, Philip, ‘The Day After Roswell’ Pocket Books, New York 1997
26) Collyns, Robin, ‘Did Spacemen Colonise the Earth?’ , Pelham Books, London 1974.
27) ‘News Europa’ Jan 1959

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น