Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Piri Reis Map



กล่าวนำ
ในปี ค.ศ. 1979 ในระหว่างที่มีการซ่อมแซมมหาราชวังซึ่งปัจจุบันอยู่ที่อิสตันบูล (Istanbul) ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า คอนสแตนทิโนเปิล (Constantinople) ได้มีการค้นพบภาพวาดแผนที่ที่ถูกวาดลงบนหนังกวาง ซึ่งถูกวาดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1513 แผนที่ดังกล่าวมีการลงชื่อแสดงความเป็นเจ้าของโดย Admiral ของทัพเรือตุรกีชื่อ Piri Haji Memmed หรือรู้จักกันในชื่อ Piri Reis

นักวิจัยชี้ว่ามันเป็นของจริงที่ทำขึ้นในปี ค.ศ. 1513 วาดโดย Piri Reis
เขามีความชื่นชอบในการทำแผนที่ ความที่เขามีตำแหน่งสูงในทัพเรือตุรกีทำให้เขามีสิทธิพิเศษในการเข้าห้องสมุดประจำสำนักราชวังแห่งคอนสแตนติโนเปิล

Piri Reis ได้คอมเมนต์ในแผนที่ว่าที่มาบางส่วนของแผนที่นี้มาจากช่วงเวลาของกษัตริย์อเล็คซาเดอร์มหาราช (Alexander the great) คือ 332 ปีก่อนคริสตกาล

ข้อโต้แย้ง (controversy)
แผนที่ของ Piri Reis แสดงให้เห็นชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของทวีปแอฟริกา ชายฝั่งด้านทิศตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ และชายฝั่งทางด้านทิศเหนือของทวีปแอนตาร์คติก้า ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความสมบูรณ์มาก สิ่งที่น่าสนใจคือเขาสามารถแสดงชายฝั่งของทวีปที่อยู่ภายใต้น้ำแข็งหนาเป็นกิโลได้อย่างไร จากหลักฐานทางธรณีวิทยายืนยันว่าช่วงเวลาสุดท้ายที่ Queen Maud Land เป็นแผ่นดินที่ปราศจากน้ำแข็งก็ต้องย้อนไป 4,000 ปีก่อนคริสตกาล

วันที่ 6 กรกฎาคม 1990 กองทัพอากาศสหรัฐได้ตอบกลับศาสตราจารย์ Charle H. Hapgood แห่ง Keene Collage ถึงความต้องการของเขาในการที่จะให้กองทัพอากาศตรวจสอบความถูกต้องของแผนที่โบราณของ Piri Reis

--------------------------------------------------------------------------
6 กรกฎาคม 1960
เรื่อง Admiral Piri Reis Map
ถึง Prof. Charless H. Hapgood
Keene Collage

ศาสตราจารย์ Charless H. Hapgood ที่น่ารัก
ความต้องการของคุณที่จะให้เราพิจารณาความถูกต้องของ Piri Map ที่อ้างว่ามาจากปี 1513 ได้ถูกตรวจสอบแล้ว เมื่อกล่าวถึงแผ่นดินที่อยู่เบื้องล่างของพื้นทวีปแอนตาร์คติก้าปัจจุบันเทียบเคียงกับในแผนที่โบราณพบว่าชายฝั่ง Princess Martha ของ Queen Maud Land และ Parmer Peninsular มีความสอดคล้องกัน เราพบว่าแผนที่ดังกล่าว เป็นแผนที่ที่ให้ข้อมูลได้ถูกต้องและสมบูรณ์เลยที่เดียว
จากข้อมูลทางธรณีวิทยาแสดงให้เห็นว่าพื้นดินที่อยู่เบื้องล่างของทวีปแอนตาร์คติก้าในปัจจุบันมีความสอดคล้องกับในแผนที่ ซึ่งได้รับการพิสูจน์จาก Seismic Profile ที่วัดจากยอดของน้ำแข็งที่ทำโดยทีมสำรวจแอนตาร์คติก้า Swedish-British ในปี 1949
ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าชายฝั่งได้ถูกทำแผนที่ไว้ตั้งแต่ก่อนที่ทวีปจะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง
น้ำแข็งที่ปกคลุมทวีปนี้ในปัจจุบันมีความหนาเป็นไมล์
เราไม่มีความเห็นใดๆเช่นกัน ว่าแผนที่มีความสอดคล้องกับข้อมูลทางธรณีในยุคปัจจุบันได้เช่นไร ทั้งๆที่มันถูกวาดขึ้นในปี 1513

Harold Z. Ohmeyer Lt. Colonel, USAF Commander

--------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการคือ น้ำแข็งที่ปกคลุมทวีปแอนตาร์คติก้ามีอายุกว่า 1 ล้านปี
แผนที่ Piri Reis ที่แสดงให้เห็นภูมิทัศน์ส่วนเหนือของทวีปแอนตาร์คติก้าก่อนที่จะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ทำให้ฉุดคิดว่ามันถูกทำขึ้นเมื่อ 1 ล้านปีก่อนหรือไม่ แต่ย่อมเป็นไปไม่ได้เพราะเมื่อ 1 ล้านปีก่อนยังไม่มีมนุษย์ปรากฏตัวขึ้นบนโลกในนี้ (ยังเป็นอากาศอยู่)
แต่จากข้อมูลการศึกษาที่ละเอียดลึกลงไปอีกพิสูจน์ว่าช่วงเวลาสุดท้ายของสภาวะที่ทวีปแอนตาร์คติก้าปลอดน้ำแข็งคือ 6000 ปีที่แล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือนักวิจัยหลายคนที่มาจากต่างที่กันต่างเสนอเป็นสิ่งเดียวกันว่า ช่วงเวลาที่สุดท้ายที่ทวีปแอนตาร์คติก้าปลอดจาการปกคลุมของน้ำแข็งคือ 13,000 – 9,000 ปีก่อนคริสตกาล
คำถามคือ ใครเป็นคนวาดแผนที่ Queen Maud Land แห่งแอนตาร์คติก้าเมื่อ 6,000 ปีที่แล้ว อารยธรรมที่เราไม่ทราบมีเทคโนโลยีสูงขนาดที่จะทำเช่นนั้นได้เชียวหรือ??
คำตอบที่พอจะเป็นได้คือ
Piri Reis ได้ใช้แหล่งข้อมูลจากหลายแหล่งในการวาดแผนที่ โดยนำมาจากที่โน่นบางที่นี่บ้างมาปะติดปะต่อกัน ตัวเขาเองได้เขียนโน้ตไว้บนแผนที่ทำให้เราพอจะเห็นภาพว่าเขาทำอย่างไรบ้างเพื่อวาดแผนที่ Piri Reis นี้ เขาไม่ยอมรับว่าเขาวาดแผนที่โดยใช้เพียงการเดินทางสำรวจ เขาบอกว่าเขาวาดรูปโดยใช้แหล่งที่มาจากหลายๆแหล่ง บางส่วนมาจากการล่องเรือไปรอบๆ บางส่วนมาจากแผนที่โบราณซึ่งเก่ามากจนต้องย้อนไปถึงเมื่อ 4 ศตวรรษก่อนคริสตกาล

Dr. Charless Hapgood ได้เขียนไว้ในหนังสือของเขาที่มีชื่อว่า Map of the Ancient See Kings (Turnstone books, London 1979) กล่าวว่า
ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับแอนตาร์คติก้าได้สืบทอดโดยการบอกเล่าจากคนสู่คน ข้อมูลดังกล่าวได้จากกลุ่มคนที่ไม่ทราบที่มาซึ่งพวกเขาได้สูญพันธุ์ไปแล้ว บางทีพวกเขาอาจเป็นพวก Minoans หรือ Phoenicians ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงหลายพันปีก่อน ซึ่งพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์นักเดินเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคโบราณ เรามีหลักฐานว่าพวกเขาได้ทำการศึกษาหาความรู้และข้อมูลต่างๆจากห้องสมุดอาเล็คซานเดรีย (Alaxandria) แห่งอียิปต์ และ สิ่งที่พวกเขารวบรวมได้ถูกทำเป็นเอกสารขึ้นโดยนักธรณีวิทยาที่ทำงานอยู่ที่นั่น
Piri Reis อาจมาจากห้องสมุดอาเล็คซานเดรีย ซึ่งเป็นห้องสมุดที่มีชื่อเสียงที่สุดในช่วงเวลานั้น จาข้อเสนอแนะของ Hapgood การคัดลอกเอกสารจากแหล่งข้อมูลอาเล็คซานเดรียย่อมมีความเป็นไปได้ และข้อมูลที่ถูกคัดลอกดังกล่าวก็อาจมีการหมุนเวียนไปยังแหล่งข้อมูลต่างๆทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็คือห้องสมุดแห่งมหาราชวังคอนสแตนติโนเปิล และเมื่อปี 1204 ซึ่งเป็นปีแห่งสงครามครูเสดครั้งที่ 4 เมื่อ Venetian เข้าสู่คอนสแตนติโนเปิล แผนที่ดังกล่าวก็ได้หมุนเวียนผลัดมืออยู่ในกลุ่มนักล่องเรือชาวยุโรป
แผนที่เหล่านี้ทั้งหมดเป็นแผนที่ของทะเลเมดิเตอเรเนียนและทะเลดำ ส่วนแผนที่อื่นที่เหลือรอดประกอบด้วยแผนที่ของอเมริกาและแผนที่ของมหาสมุทรอาร์ติกและแอนตาร์คติก้า เป็นที่ประจักษ์ว่านักเดินเรือโบราณได้เดินทางจากขั้วโลกสู่ขั้วโลก บางสิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือยังคงมีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่านักเดินเรือโบราณบางกลุ่มได้เคยเดินทางไปสำรวจทวีปแอนตาร์คติก้าในช่วงที่ชายฝั่งของมันยังไม่มีน้ำแข็งปกคลุม และเป็นที่ประจักษ์แจ้งว่าพวกเขามีเครื่องมือนำทางสำหรับใช้ในการกำหนดตำแหน่งลองติจูดที่แม่นยำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคโบราณจนถึงยุคกลางและช่วงต้นของยุคปัจจุบันคือช่วงครึ่งของศตวรรษที่ 18
ในปี 1953 เจ้าหน้าที่ทัพเรือของตุรกีได้ส่งแผนที่ Piri Reis ไปที่ U.S. Hydrographic Bureau เพื่อทำการตรวจสอบ M.I. Walter หัวหน้าวิศวกรของสำนักงานได้ขอความช่วยเหลือจาก Arlington H. Mallery ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินกาดำเนินการในเรื่องแผนที่โบราณ
ภายหลังจากการศึกาเป็นระยะเวลายาวนาน Malery ได้ค้นพบวิธีการ Projection เพื่อใช้งาน เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของแผนที่ เขาได้สร้างกริด (grid) และส่งผ่าน (transfer) ไปยังแผนที่ Piri Reis ปรากฏว่าแผนที่ทั้งหมดมีความถูกต้อง เขากล่าวว่าทางเดียวเท่านั้นที่จะทำแผนที่ให้มีความถูกต้องเช่นนี้ได้จะต้องอาศัยการสำรวจทางอากาศเท่านั้น แต่เมื่อ 6,000 ปีที่แล้วชาวโลกสามารถสร้างเครื่องบินได้แล้วหรือ??
Hydrographic Office ไม่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น แผนทีดังกล่าวมีความถูกต้องกว่าแผนที่ปัจจุบันซะอีก
ความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งลองติจูดหรือกล่าวอีอย่างคือในการวาดแผนที่จำเป็นต้องใช้ ตีโกณมิติแบบวงกลม (spheroid trigonometry) ซึ่งวิธีการดังกล่าวไม่เป็นที่รู้จักจนกระทั่งช่วงกลางของศตวรรษที่ 18
แผนที่ที่ Piri Reis ได้แสดงชายฝั่ง แม่น้ำ ภูเขา อ่าว ที่ราบสูงของ Queen Maud Land ได้รับการยืนยันความถูกต้องจากคณะสำรวจ British-Swedish ที่ได้เข้ามาสำรวจแอนตาร์คติก้า โดยนักวิจัยได้ใช้คลื่นโซนาร์และ Seismic Sound ในการยืนยันลักษณะภูมิประเทศที่อยู่เบื้องล่าง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น