Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ชีวประวัติของเวอร์เนอร์ ฟอน บราวน์ (ตอนจบ)

ในวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1969 ฟอน บราวน์ได้ยืนยันต่อพลพรรควาเขาจะทำงานที่ NASA ต่อในตำเเหน่งผู้อำนวยการที Hunsville เพื่อเป็นผู้นำในโครงการ Apollo Application Program ไม่กี่เดือนต่อมาเขาได้มีโอกาสได้เเถลงต่อสาธารณะชนถึงระบบขนส่งสู่ดวงดาว Saturn V จะได้รับการพัฒนาต่อไปเพื่อจะนำมนุษย์ลงสู่ดาวอังคารให้ได้ในปี ค.ศ. 1980

เเต่อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1970 ฟอน บราวน์เเละครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่ Washington DC ขณะที่บราวน์เป็น post of NASA's Deputy Associated Adminsitrator for Planning ที่ NASA Headquarter หลังจากที่มีข้อขัดเเย้งมากมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Apollo เเละงบประมาณของ NASA ได้ถูกตัดทอนไปมาก ฟอน บราวน์จึงตัดสินใจลาออกจาก NASA ในวันที 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1972 เนื่องจากเขารู้สึกผิดหวังเเละคิดว่าวิสัยทัศน์ของ NASA ในการบุกเบิกอวกาศยังไม่เสร็จสมบูรณ์ มันเป็นเเค่การเริ่มต้น เเละการที่ NASA สามารถส่งคนลงสู่ดวงจันทร์ได้อาจทำให้ผู้คนภายในประเทศรู้สึกถึงความสำเร็จสูงสุดของชาติเเล้วด้านอวกาศจึงขาดความกระตือรือล้นที่จะก้าวต่อไป หลังจาก ฟอน บราวน์ออกจาก NASA เขาไปรับงานเป็น Vice President ทางด้านวิศวกรรมเเละการพัฒนาที่บริษัทยานอวกาศชื่อ Fairchild Industries ใน Germantown, Maryland ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1972


ในปี ค.ศ. 1973 จากการตรวจเช็คประจำปีพบว่าเขาเป็นมะเร็งที่ไต ซึ่งอยู่ในระยะที่ไม่สามารถควบคุมได้ ฟอน บราวน์ยอมรับสภาพ เเต่เขาก็ยังคงเดินหน้าทำงานต่อไป โดยงานที่เขาทำในช่วงเวลานี้คือ ถูกรับเชิญไปบรรยายที่วิทยาลัยเเละมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อกระตุ้นเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ตืนตัวในวิทยาศาสตร์เเละวิศวกรรม กระตุ้นความฝัน เเรงผลักดัน ความกระเหี้ยนกระหือรือที่อยากจะเรียนรู้


ฟอน บราวน์มีส่วนช่วยในการก่อตั้ง The Nation Space Institite เเละมีตำเเหน่งระดับสูงใน National Space Society เเละยังได้เป็นประธานสมาคมคนเเรกอีกด้วยในปี 1975 เเละในปี ค.ศ. 1976 ได้เป็นที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ให้เเก่ Lutz Kayser ซึ่งเป็น CEO ของ OTRAG เเละฟอน บราวน์ยังเป็นสมาชิกของบอร์ดผู้บริหาร Diamler-Benz อีกด้วย เเต่ด้วยความเสื่อมของสังขาร บังคับให้เขาต้องลาออกจาก Fairchild ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1976 National Medal of Science ได้ให้รางวัลเเก่เขาในช่วงต้น 1977 เเต่เขายังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เเละไม่สามารถไปร่วมพิธีฉลองที่ white house ได้


ฟอน บราวน์ ได้เสียชีวิตในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1977 ด้วยการ Colon Cencer ใน Alaxdria, Virginia ด้วยอายุ 65 ปี สุสานของเขาอยู่ที่ Ivy Hill Cemetry ใน Alaxandria, Virginia

Grave of Wernher von Braun in Ivy Hill Cemetery (Alexandria, Virginia)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น