Power of The Black Sun

" Let the future tell the truth, and evaluate each one according to his work and accomplishments. The present is theirs; the future, for which I have really worked, is mine. "

"ให้อนาคตเป็นเครื่องบอกความจริงของคนๆหนึ่ง โดยพิจารณาจากสิ่งที่คนๆนั้นทำเเละความสำเร็จที่คนๆนั้นได้รับ ปล่อยให้ปัจจุบันเป็นเรื่องของพวกเขา ส่วนอนาคต ซึ่งผมตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง คืองานของผม "
............................................................................................

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แนะนำทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป

ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปคือทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรขาคณิตของความโน้มถ่วงที่ถูกเสนอขึ้นโดย อัลเบิร์ต ไอน์ไตน์ ในปี ค.ศ. 1916 ซึ่งเป็นทฤษฎีฟิสิกส์ยุคใหม่ที่ใช้ในการอธิบายเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ซึ่งทฤษฎีนี้ได้รวม ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและกฎแรงโน้มถ่วงสากลของนิวตันเข้าไว้ด้วยกัน และพยายามอธิบายความโน้มถ่วงในฐานะที่เป็นคุณสมบัติทางเรขาคณิตของกาลอวกาศ โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวสามารถบรรยายด้วยสมการสนามของไอน์ไตน์ (equation field equation) ซึ่งเป็นระบบสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย
การทำนายหลายอย่างจากสมสัมพัทธภาพทั่วไปแตกต่างอย่างยิ่งจากฟิสิกส์ยุคเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาในเรื่องของเวลา เรขาคณิตของกาลอวกาศ การเคลื่อนที่ตกลงอย่างอิสระของวัตถุ และการกระจายของแสง ตัวอย่างของความแตกต่างเช่นการยืดหดของเวลาเนื่องจากความโน้มถ่วง (gravitational time dilation) การเลื่อนของแถบแดงของแสงเนื่องจากความโน้มถ่วง (gravitational redshift) การทำนายจากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปได้รับการพิสูจน์ยืนยันจากการสังเกตและทดลองจากทั่วทุกมุมโลก อย่างไรก็ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปไม่ใช่ทฤษฎีที่มีความเกี่ยวข้องกับความโน้มถ่วงเท่านั้น มันยังเป็นทฤษฎีอย่างง่ายที่ประกอบด้วยข้อมูลจากการทดลอง แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังไม่พบคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ทำอย่างไรถึงจะรวมทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปเข้ากับทฤษฎีควอนตัมได้เพื่อที่จะได้ทฤษฎีที่สมบูรณ์แบบที่สามารถอธิบายจากสิ่งที่มีขนาดเล็กระดับอะตอมไปจนระดับใหญ่ขนาดเอกภพได้
จากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์ไตน์ได้บอกเป็นนัยให้ทราบถึงความลึกลับในห้วงอวกาศหลายอย่าง เช่นการมีตัวตนของหลุมดำ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความโน้มถ่วงสูงมากจนกาลอวกาศบริเวณนั้นถูกทำให้บิดเบี้ยวจนไม่มีสิ่งใดจะสามารถหลุดรอดออกมาได้เมื่อเข้าไปในบริเวณดังกล่าว แม้กระทั่งแสง และได้ทำนายการมีตัวตนของคลื่นความโน้มถ่วง ซึ่งไม่สามารถทำการวัดได้โดยตรง และทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปยังเป็นพื้นฐานของจักรวาลวิทยาในยุคปัจจุบันที่ช่วยอธิบายการขยายตัวของเอกภพอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น